เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน ตอนที่ 14 (ตอนจบ)


เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน [Link]

หลังจากพิธีผสานกายในลานลัทธิมารพลัดร่วมรักกันไม่หยุดตลอดทั้งคืน พลังหยินหยางไหลเวียนพลุ่งพล่านระหว่างร่างกายทุกคน ห้องใต้ดินเต็มไปด้วยน้ำรักไหลทะลักเปียกพื้นลานวงกลม หน้าอกอวบอิ่มของจื่อหยินและสาวๆ สั่นไหว หัวนมชูชันบวมแดงช้ำจากถูกดูดเลียและบีบเคล้นรุนแรง ท่อนเนื้อของชายทั้งสามยังแข็งโด่กระตุกตุบๆ น้ำรักข้นขาวไหลย้อยจากร่องเนื้อบวมแดงของสาวๆ จนเช้าวันต่อมา ทุกคนหอบหายใจแผ่วเบา ร่างกายเปียกชุ่มเหงื่อและน้ำรัก กลิ่นคาวรัญอบอวลหนักหน่วง

หลินเทียนหลง ที่มีพลังเพิ่มพูนอย่างแรงกล้าจากมุกมังกรที่ตื่นขึ้นเต็มที่ ลุกขึ้นก่อนใคร ร่างกายกำยำพลุ่งพล่านไปด้วยพลังภายในใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ท่อนเนื้อฝังมุกยังร้อนผ่าวและแข็งโด่ เรืองแสงจางๆ จากการดูดซับพลังหยินบริสุทธิ์ผสมน้ำรักของชายสองคนในร่องเนื้อของจื่อหยิน เขาแต่งตัวช้าๆ สวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม ดาบฟ้าคำรนประจำกายแขวนข้างเอว “ข้าต้องกลับสำนักแล้ว... พลังนี้ทำให้ข้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม... ขอบคุณทุกคน”

เมิ่งเฟิงและเมิ่งหลิงอวิ๋น พ่อลูกคู่นี้ที่เพิ่งผสานกายกันอย่างเมามัน ลุกขึ้นตามมา เมิ่งเฟิงสวมเสื้อคลุมดำปกปิดรอยสักมาร เมิ่งหลิงอวิ๋นสวมเสื้อผ้า “พวกเราจะกลับเมืองหลวง... เพื่อสืบข่าวฮ่องเต้ต่อ... ท่านหลิน... ถ้ามีอะไร... ติดต่อเราที่สมาพันธ์มารอมตะได้”

หมอเฒ่ายิ้มหึๆ “พิธีสำเร็จ... มุกมังกรของเจ้าตื่นขึ้นเต็มที่แล้ว... ระวังตัวด้วย... ฮ่องเต้ไม่ใช่คนดีอย่างที่เห็น”

จื่อหยิน ลุกขึ้นช้าๆ สวมชุดนักบวชสีเทาอ่อนปกปิดร่างกายอรชร “ท่านหลิน... ข้าจะคอยเฝ้าวัดนี้... ถ้าต้องการพลังหยินเพิ่ม... กลับมาหาข้าได้เสมอ”

หลังจากบอกลาและขอบคุณกัน หลินเทียนหลงก็ใช้พลังกระโดดพุ่งทยายออกไปด้วยพลังที่แข็งกล้า วิชาตัวเบาของเขาตอนนี้เหนือกว่าวิชาตัวเบาของทุกคนในยุทธภพ เขากระโดดจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งราวกับนกเหยี่ยวบิน มุ่งหน้ากลับสำนักดาบฟ้าคำรนอย่างรวดเร็ว ลมปะทะใบหน้าแรงกล้า แต่พลังภายในใหม่ทำให้เขาไม่เหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรยังร้อนผ่าวกระตุกตุบๆ ราวกับมีชีวิต

แต่เมื่อใกล้ถึงสำนัก เขาถูกขัดขวางโดยหลี่อวิ๋นเซวียน ขันทีหนุ่มอีกครั้ง ขันทีหนุ่มปรากฏตัวบนยอดต้นไม้สูง ใบหน้าสวยงามราวหญิงสาวแต่ดวงตาแดงก่ำด้วยความเกลียดชัง “หลินเทียนหลง... เจ้ายังไม่ตาย... แต่วันนี้เจ้าจะตายแน่... ข้าจะดูดซับพลังมุกมังกรของเจ้าทั้งหมด!”

หลินเทียนหลงยิ้มเย็น กระโดดขึ้นปะทะกลางอากาศ การต่อสู้ดุเดือดราวพายุคลั่ง หลินเทียนหลงใช้ดาบฟ้าคำรนฟันฟ่าอากาศหลายครั้ง ลมปราณดั่งฟ้าร้องคำรามฟาดฟันใส่ขันทีหนุ่ม หลี่อวิ๋นเซวียนหลบเลี่ยงว่องไว ใช้นิ้วชี้ซัดพลังมารสีดำสนิทฟาดฟันกลับ พลังกระแทกกันดังสนั่น ต้นไม้รอบข้างสั่นสะเทือน ใบไม้ร่วงกราว หลินเทียนหลงฟันดาบรัวเร็ว ลมปราณฟาดฟันอากาศดังกึกก้อง หลี่อวิ๋นเซวียนถูกฟันเฉี่ยวแขน เลือดไหล แต่เขาหัวเราะเย็น “พลังที่ข้าดูดซับจากท่อนเนื้อของเจ้าในคืนนั้น... มันทำให้ข้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น... เจ้าจะแพ้ข้าแน่!”

หลินเทียนหลงดูเหนือกว่า พลังใหม่จากพิธีลานมารทำให้เขาว่องไวกว่าเดิม ดาบฟ้าคำรนฟันฟ่าอากาศใส่ขันทีหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมปราณดั่งฟ้าร้องคำรามทำให้หลี่อวิ๋นเซวียนถอยหลังหลายก้าว เลือดไหลจากมุมปาก “แก... ข้าจะฆ่าแกให้ได้!”

แต่ทว่า หลี่เสี่ยวหยุน ศิษย์หญิงที่ติดตามเขาไปในตอนนั้น ที่ตอนนี้เธอแอบหนีมาจากพระราชวังได้สำเร็จ บุกเข้ามาเบี่ยงเบนจังหวะของขันทีหนุ่ม นางกระโดดขึ้นจากด้านล่าง ใช้ดาบฟันชุดของหลี่อวิ๋นเซวียนจนขาดวิ่น เนื้อผ้าปลิวว่อน เผยร่างกายอ้อนแอ้นของขันทีหนุ่มที่เปลือยเปล่า ท่อนลำเล็กๆ แข็งโด่กระตุกตุบๆ จากความตื่นเต้น หลี่เสี่ยวหยุนครางแผ่ว “ท่านเจ้าสำนัก... ”

หลินเทียนหลงฉวยจังหวะเข้าประกบหลังหลี่อวิ๋นเซวียนทันที จับสะโพกกลมกลึงของขันทีหนุ่มไว้แน่น แล้วสอดท่อนเนื้อฝังมุกมังกรเข้ารูทวารแน่นของเขา หัวบานใหญ่เบียดเนื้อแน่นแยกออก ปุ่มมุกนูนๆ เสียดสีผนังด้านในรุนแรง หลี่อวิ๋นเซวียนกรีดร้อง “อ๊ายยย... หยุด... อ๊าาา!”

ขันทีหนุ่มพยายามกระโดดขึ้นไปบนอากาศเพื่อสลัดหลินเทียนหลงออก แต่หลินเทียนหลงเกาะเขาแน่น มือใหญ่กอดรอบเอวอ้อนแอ้น ลูบไล้หน้าอกเรียบเนียน ขณะที่สะโพกกระเด้าท่อนเนื้อเข้าไปในรูทวารแน่นรุนแรงทุกครั้งที่ลอยตัวขึ้น-ลง “อ๊า... แก... หยุด... ข้าจะแตกแล้ว... อ๊ายยย!” หลี่อวิ๋นเซวียนเสียวจนอ่อนระทวย ร่างกายกระตุกตุบๆ น้ำรักจากท่อนลำเล็กๆ พุ่งกระฉูด หลินเทียนหลงใช้เม็ดมังกรดูดกำลังภายในของเขาจนหมด ขันทีหนุ่มร่างซุบผอมลงอย่างรวดเร็ว ผิวเหี่ยวแห้ง ดวงตาเหลือกขาว “แก... แกดูดพลังข้า... ข้า...  อ๊า...”

ทั้งคู่ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ หลี่อวิ๋นเซวียนขาดใจตายคาท่อนเนื้อของหลินเทียนหลง ร่างซุบผอมแห้งเหี่ยวราวกับถูกดูดวิญญาณ หลินเทียนหลงถอนท่อนเนื้อออก

หลี่เสี่ยวหยุนเห็นว่าหลินเทียนหลงยังไม่เสร็จสม ท่อนเนื้อยังแข็งโด่กระตุกตุบๆ น้ำหล่อลื่นไหลเยิ้ม นางอมท่อนเนื้อของเขาเข้าเต็มปาก ลิ้นตวัดวนรอบปุ่มมุก ดูดเลียแรงๆหลินเทียนหลงครางดัง พ่นน้ำรักร้อนฉ่าระลอกใหญ่เข้าเต็มปากนาง นางกลืนกินอย่างหิวกระหาย 

หลินเทียนหลงหอบหายใจ ขอบคุณหลี่เสี่ยวหยุน “เจ้า... เจ้าช่วยข้าได้มาก... แต่เจ้าหนีออกจากวังมาได้อย่างไร?”

หลี่เสี่ยวหยุนยิ้ม “ข้าแอบหนีมาโดยมีหมอหลวงคอยช่วย... เ แต่ท่านเจ้าสำนัก... รีบไปที่สำนักให้เร็วที่สุด... ฮ่องเต้สั่งทัพหลวงให้ไปปิดล้อมสำนักแล้ว... เพื่อฆ่าทุกคนในสำนักดาบฟ้าคำรน... รวมถึงเสี่ยวหลานด้วย!”

หลินเทียนหลงตาแดงก่ำ “อะไรนะ!”

.
.
.
.
.
.
.

หลินเทียนหลงแอบลอบผ่านทัพหลวงที่ล้อมสำนักดาบฟ้าคำรนไว้แน่นหนา พลังภายในใหม่ที่พลุ่งพล่านทำให้เขาเคลื่อนไหวดั่งเงา กระโดดข้ามหัวทหารหลายคนโดยไม่มีใครรู้ตัว ลมปราณปกปิดกลิ่นอายของเขา เขาลอบเข้าไปในสำนักผ่านช่องลับที่รู้เพียงเขาและเสี่ยวหลาน ตรงไปยังห้องส่วนตัวของเสี่ยวหลาน ลูกสาวสุดที่รัก

ภายในห้อง เสี่ยวหลานกำลังร้องห่มร้องไห้อย่างสิ้นหวัง นั่งคุกเข่าบนพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มขาวผ่อง หน้าอกอวบอิ่มยกขึ้นลงสะอึกสะอื้น เธอคิดว่าหลินเทียนหลงตายไปแล้วจากข่าวลือ และสำนักกำลังจะถูกกวาดล้างโดยทัพหลวง “ท่านพ่อ... ท่านตายไปแล้ว... สำนักจะถูกทำลาย... ข้าจะอยู่ยังไง... ข้าคิดถึงท่าน... ”

ทันทีที่เห็นหลินเทียนหลงยืนตรงหน้า เสี่ยวหลานตาโตด้วยความตกตะลึงและดีใจ เธอวิ่งเข้าไปกอดเขาแน่น หน้าอกอวบอิ่มเบียดแนบกับหน้าอกกำยำของเขา หัวนมชูชันเสียดสีเสื้อคลุม หายใจถี่กระชั้น “ท่านพ่อ... ท่านยังมีชีวิต... ข้าคิดว่าท่านตายแล้ว... ข้าดีใจเหลือเกิน... ท่าน... ท่านกลับมาแล้วจริงๆ!”

หลินเทียนหลงกอดเธอแน่น มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเรียบเนียน แล้วก้มลงจูบปากเธออย่างแผ่วเบา ลิ้นแตะกันอ่อนโยน ชิมรสน้ำตาเค็มๆ ผสมรสหวานของริมฝีปาก “เสี่ยวหลาน... ข้ากลับมาแล้ว... อย่าร้องไห้... สำนักเราจะปลอดภัย... ข้าจะปกป้องเจ้าและทุกคน... เชื่อข้าเถอะ... ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเจ้า”

เสี่ยวหลานสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดเขา “ท่านพ่อ... ข้ากลัว... ทัพหลวงล้อมสำนัก... พวกเขาจะบุกเข้ามา... แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว... ข้าจะสู้เคียงข้างท่าน...”

หลินเทียนหลงปลอบเธอเบาๆ ลูบหัวเธอ “ข้าจะจัดการทุกอย่าง... แต่ตอนนี้... เจ้าต้องเข้มแข็ง... ข้าจะลงไปด้านล่างเพื่อปลุกใจลูกศิษย์”

จากนั้นเขาลงไปด้านล่าง ปรากฏตัวต่อหน้าเหล่าลูกศิษย์ที่กำลังสิ้นหวังและหวาดกลัว พวกเขานั่งคุกเข่าบนพื้นลานสำนัก ดาบวางข้างกาย สายตาเต็มไปด้วยความกลัวจากทัพหลวงที่ล้อมอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นหลินเทียนหลงยืนตระหง่านตรงกลางลาน เหล่าลูกศิษย์ตาโต ร้องดีใจกันลั่น “เจ้าสำนัก! เจ้าสำนักกลับมาแล้ว! เรารอดแล้ว!”

หลินเทียนหลงยกมือขึ้น ขอให้ทุกคนเงียบ แล้วป่าวประกาศปลุกใจพวกเขาด้วยเสียงดังก้องกังวาน ดั่งบทกวีที่กินใจ:

“พี่น้องดาบฟ้าคำรนเอ๋ย!  
ฟ้าคำรนไม่เคยมืดมิด แม้เมฆดำปกคลุม!  
ดาบในมือคือแสงสว่าง ดั่งฟ้าร้องคำรามฟาดฟันศัตรู!  
เราจักยืนหยัดดั่งภูเขาหัวซาน สูงส่งไม่โค้งคำนับต่ออธรรม!  
เลือดเราร้อนรุ่มดั่งมังกรตื่น ฟันฝ่าทุกภัยพิบัติ!  
สู้เพื่อสำนัก เพื่อเกียรติยศ เพื่อพี่น้องเคียงบ่า!  
ฟ้าคำรนจักไม่ดับสูญ ตราบที่ดาบเรายังฟันฟ่า!”

คำประกาศกินใจแบบบทกวีนี้ทำให้เหล่าลูกศิษย์มีกำลังใจพุ่งพล่าน พวกเขาลุกขึ้นยืน โห่ร้องกันลั่น “ฟ้าคำรนจักไม่ดับ! สู้! สู้!” เสียงโห่ร้องดังก้องไปถึงทัพหลวงด้านนอก ทำให้ทหารสะดุ้งตกใจ

แต่ตอนนี้ทัพหลวงไม่มีขันทีหนุ่มคอยบัญชาการอีกต่อไป หลังจากถูกหลินเทียนหลงสังหาร แต่ก็มีท่านแม่ทัพรับหน้าที่แทน เมื่อเห็นว่าหลินเทียนหลงกลับมาแล้วจากข่าวลือที่แพร่สะพัด ท่านแม่ทัพขมวดคิ้ว แต่สั่งจัดทัพเตรียมบุกสำนักทันที “บุก! ฆ่าทุกคนในสำนักดาบฟ้าคำรน! ตามพระราชโองการ!”

หลินเทียนหลงบอกให้เหล่าลูกศิษย์ตั้งรับภายในสำนักห้ามออกมาเด็ดขาด “พวกเจ้าตั้งรับในกำแพงสำนัก! อย่าออกไปสู้ด้านนอกเด็ดขาด! ข้าจะจัดการทัพหลวงเอง!” ลูกศิษย์พยักหน้า เชื่อมั่นในเจ้าสำนัก

ก่อนจะขึ้นชั้นบนไปหาเสี่ยวหลานอีกครั้ง เขาปิดประตูห้องอย่างแน่นหนา แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยกาย ร่างกายกำยำเปียกชุ่มเหงื่อ ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรแข็งโด่เรืองแสงสว่างจ้า หัวบานใหญ่บวมเป่ง หลอดเลือดปูดโปนรอบลำหนา ปุ่มมุกนูนเรียงรายดั่งเกล็ดมังกร น้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มจากร่องปลายเป็นสายยาว เสี่ยวหลานมึนงง ใบหน้าสวยงามแดงก่ำ “ท่านพ่อ... นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำแบบนี้... ทัพหลวงกำลังบุก... เราต้องสู้!”

หลินเทียนหลงยิ้มบาง กอดเธอแน่น ลูบแผ่นหลังเรียบเนียน “เสี่ยวหลาน... เชื่อข้า... ข้าสำเร็จวิชาขั้นสูงมาแล้ว... แต่เพื่อจะจัดการกับทัพหลวง... ต้องให้เจ้าร่วมมือกับข้า... เราต้องผสานกายกัน... เพื่อปลุกพลังใหม่ที่ข้าได้รับมา... มันจะช่วยให้เราชนะ... เจ้าต้องช่วยข้า... ถอดเสื้อผ้าเถอะ... เราจะร่วมรักกันอย่างอ่อนโยน... เพื่อรวบรวมพลังหยินหยาง”

เสี่ยวหลานเชื่อมั่นในตัวหลินเทียนหลง เธอถอดเสื้อผ้าออกช้าๆ เผยร่างกายเปลือยเปล่า เธอเข้าประจบจูบเขาอย่างดูดดื่มและอ่อนโยน ลิ้นพันกันช้าๆ ชิมรสหวาน น้ำลายแลกเปลี่ยนกันแผ่วเบา “ท่านพ่อ... ข้าจะช่วยท่าน... จูบข้าอีก... ข้าอยากรู้สึกถึงริมฝีปากท่าน... ลิ้นท่าน... อืม... ดูดลิ้นข้าแรงๆ...”

หลินเทียนหลงก้มลงดูดเลียหัวนมข้างหนึ่งของเธอ ลิ้นใหญ่ตวัดวนรอบช้าๆ ดูดเบาๆ จนหัวนมบวมเป่งแสบร้อน แล้วเปลี่ยนไปอีกข้าง ดูดแรงขึ้นเล็กน้อย ลิ้นตวัดหัวนมรัวๆ ขณะที่มือใหญ่ลูบไล้เนินเนื้ออวบอิ่มระหว่างขา นิ้วกลางสอดเข้าไปในร่องเนื้อแน่นชุ่มฉ่ำ ชอนไชช้าๆ จับจุดเสียวด้านในที่เธอชอบ

เสี่ยวหลานก้มลงอมท่อนเนื้อฝังมุกของเขาเข้าเต็มปาก ลิ้นตวัดวนรอบปุ่มมุกทีละเม็ด ดูดช้าๆ แต่ลึกสุดคอ หลินเทียนหลงครางต่ำ มือลูบหัวเธอ

เขาจับเธอนอนลงแผ่หรา แยกขาเรียวขาวกว้าง จ่อหัวบานใหญ่ที่ปากร่องเนื้อชุ่มฉ่ำ แล้วดันเข้าไปช้าๆ ลึกสุดด้าม เสี่ยวหลานครางแผ่ว “อ๊า... ท่านพ่อ... ”

หลินเทียนหลงขยับสะโพกช้าๆ แต่ลึกสุดด้ามทุกครั้ง ปุ่มมุกนูนๆ เสียดสีเม็ดติ่งบวมเป่งและผนังร่องเนื้อด้านในอย่างนุ่มนวล เสี่ยวหลานแอ่นอก หน้าอกอวบเด้งดึ๋ง หัวนมชูชันเสียดสีหน้าอกกำยำของเขา 

เขาก้มลงจูบปากเธออ่อนโยน ลิ้นพันกันช้าๆ ขณะที่สะโพกยังขยับลึกช้าๆ

หลินเทียนหลงเลื่อนมือลงลูบไล้เนินเนื้ออวบอิ่มของเธอ นิ้วโป้งถูวนรอบเม็ดติ่งบวมเป่งช้าๆ ขณะที่สะโพกยังขยับลึกช้าๆ เสี่ยวหลานจูบเขาอย่างดื่มด่ำ ลิ้นพันกันรุนแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอ่อนโยน “อ๊า... ข้าจะแตกแล้ว...”

พอผ่านไปสักพัก ร่างของทั้งคู่ก็เริ่มเรืองแสงสว่างจ้า พลังหยินหยางไหลเวียนพลุ่งพล่านระหว่างการผสานกายอ่อนโยน ร่างกายทั้งสองลอยขึ้นช้าๆ ล่องลอยออกจากหน้าต่าง อยู่เหนือทัพหลวงที่กำลังบุกเข้ามา แต่ไม่มีใครเห็นว่าทั้งคู่กำลังทำอะไรเพราะแสงสว่างจ้ามากดั่งดวงอาทิตย์ย่อส่วน ทัพหลวงตาพร่ามัวจากแสงนั้น ทหารหลายคนร้องคราง “แสงอะไรวะ... !”

จนทั้งสองใกล้ถึงจุดสุดยอด พลังพลุ่งพล่านถึงขีดสุด หลินเทียนหลงกระแทกช้าแต่ลึกสุดด้าม “อ๊า... เสี่ยวหลาน... ข้าจะหลั่งแล้ว... พลังมันระเบิดแล้ว...” เสี่ยวหลานครางแผ่ว “อ๊า... ท่านพ่อ... ข้าแตกแล้ว... พ่นเข้าไปเลย... อ๊ายยย!” พวกเขาถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน พลังระเบิดออกอย่างรุนแรง คลื่นพลังดั่งฟ้าร้องคำรามฟาดฟันใส่ทัพหลวง ทหารและม้ากระเด็นกระจาย ระเนระนาดไปครึ่งหนึ่ง ทหารหลายร้อยคนล้มลงในแอ่งเลือด เกราะแตกกระจาย ธงหลวงขาดวิ่น

พอทั้งคู่ถึงจุดสุดยอด พลังระเบิดครั้งที่สองรุนแรงยิ่งกว่า คลื่นพลังดั่งมังกรคำรามพุ่งลงมา จัดการทัพหลวงจนเกือบหมดสิ้น ทหารที่เหลือกรีดร้องด้วยความกลัว “ปีศาจ! สำนักนี้มีปีศาจ!” ส่วนแม่ทัพถูกคลื่นพลังฟาดกระเด็น เขากระอักเลือด ล้มลงขาดใจตายคาที่

ในเมื่อแม่ทัพเสียไปแล้ว ทหารที่เหลือก็แตกกระเจิงหลบหนีไปอย่างสับสนอลหม่าน บางคนโยนอาวุธทิ้ง วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน “หนี! สำนักนี้มีเทพเจ้าคุ้มครอง!”

ทั้งสองลอยกลับมาในห้องอย่างช้าๆ แสงสว่างค่อยๆ จางหาย พวกเขาแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วลงไปด้านล่าง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าลูกศิษย์ที่ยืนมองจากกำแพงสำนัก “เจ้าสำนัก! เจ้าสำนักชนะแล้ว! ฟ้าคำรนจักไม่ดับ!” ลูกศิษย์โห่ร้องกันลั่น ดีใจน้ำตาไหล

หลินเทียนหลงยกมือขึ้น ขอให้ทุกคนเงียบ แล้วสั่ง “ไปเก็บศพทหาร... เอาพวกที่บาดเจ็บมาเป็นเชลยและรักษาให้ด้วย... เราจะไม่ฆ่าคนที่ยอมแพ้... ”

ลูกศิษย์รับคำสั่ง รีบออกไปจัดการศพและเชลยทหารที่ยังรอดชีวิต หลินเทียนหลงยืนมองทัพหลวงที่พ่ายแพ้ ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรยังร้อนผ่าวจากพลังใหม่... 

.
.
.
.
.
.

ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทัพหลวง (เพราะคนส่งข่าวถูกพวกของเมิ่งเฟิงสังหารไปหมดสิ้น) ภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ แสงตะเกียงสลัวส่องกระทบม่านแดงเข้ม ฮ่องเต้หนุ่มวัยยี่สิบแปดกำลังร่วมรักกับไทเฮา พระมารดาของพระองค์ อย่างดุเดือด

ไทเฮานอนแผ่หราบนเตียงใหญ่ ร่างกายอวบอิ่มเปลือยเปล่า หน้าอกใหญ่โตเด้งดึ๋งตามแรงกระแทก หัวนมสีน้ำตาลเข้มชูชันบวมเป่งจากถูกดูดเลียและบีบเคล้นรุนแรง เนินเนื้อระหว่างขาชุ่มฉ่ำน้ำรักไหลเยิ้มเปียกโคนขาเรียวขาว ฮ่องเต้กระแทกท่อนเนื้อใหญ่ยาวเข้าไปในร่องเนื้อแน่นร้อนชื้นของพระมารดาอย่างหนักแน่น “อ๊า... พระมารดา... ร่องเนื้อพระมารดาแน่นรัดดีนัก... ”

ไทเฮาครางลั่น “อ๊ายยย... อ๊าาา!” ฮ่องเต้เร่งจังหวะกระแทกสุดแรง พ่นน้ำรักร้อนฉ่าระลอกใหญ่เข้าไปลึกสุดมดลูกของไทเฮา น้ำรักผสมกันไหลทะลักจากกลีบเนื้อบวมแดง

แต่ทันทีที่ทั้งคู่ถึงจุดสุดยอด น้ำรักทำปฏิกิริยาจนยาออกฤทธิ์ น้ำยาหล่อลื่นที่ไทเฮาใช้เป็นประจำถูกเมิ่งหลิงอวิ๋นแอบใส่ยาพิษเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน ยาพิษนี้ซึมผ่านร่องเนื้อและผิวหนังเมื่อผสานกายกับน้ำรักของชายอื่น ทำให้พิษออกฤทธิ์ทันทีเมื่อถึงจุดสุดยอด

ฮ่องเต้และไทเฮาล้มลงบนเตียง ร่างกายกระตุกเกร็ง หน้าซีดเผือด เหงื่อแตกท่วมตัว หายใจติดขัด “อ๊า... ข้า... ข้ารู้สึกไม่ดี... ” ไทเฮาครางแผ่ว “ลูก... ข้าก็... อึก...”

หลินชิงหลาน หมอหลวง บุกเข้ามาในห้องบรรทมอย่างรวดเร็ว เธอแสร้งทำเป็นตกใจ “ฝ่าบาท! ไทเฮา! พระองค์ประชวรหนัก... ข้าจะรักษาให้!” แต่ตัวจริงของเธอคือสายข่าวของพวกเมิ่งเฟิงนั่นเอง และเธอเป็นคนแอบช่วยศิษย์หญิงของหลินเทียนหลงด้วย

หลินชิงหลานถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือย ร่างกายอวบอิ่ม หน้าอกใหญ่โตเด้งดึ๋ง ท่อนลำของเธอแข็งโด่เด้งขึ้นลง เธออ้างว่า “การรักษาต้องใช้การผสานกาย... เพื่อถ่ายเทพลังภายในให้ไหลเวียน... ข้าจะร่วมรักกับพระองค์ทั้งสอง... เพื่อขับพิษ!” 

แต่จริงๆ แล้วเป็นการทำให้ประชวรหนักขึ้น

เธอเริ่มจากฮ่องเต้ จับร่างกำยำของพระองค์นอนหงาย ท่อนเนื้อของพระองค์ยังแข็งโด่จากฤทธิ์พิษ เธอก้มลงอมท่อนเนื้อเข้าเต็มปาก ดูดเลียแรงๆ ลิ้นตวัดวนรอบหัวบานใหญ่ “อืมม์... ท่อนเนื้อฝ่าบาทใหญ่... ข้าจะดูดให้พระองค์เสียว... เพื่อขับพิษ... อืมม์ม์...” ฮ่องเต้ครางแผ่ว “อ๊า... ข้า... เสียว... อย่าหยุด... ข้าจะหลั่งอีก...” หลินชิงหลานดูดจนฮ่องเต้พ่นน้ำรักเข้าเต็มปากนาง แล้วกลืนกิน พิษที่ที่อยู่ในปากเธอทำพระองค์ประชวรหนักขึ้น

จากนั้นเธอหันไปหาไทเฮา จับร่างอวบอิ่มของพระมารดานอนแผ่หรา กางขากว้าง จ่อท่อนลำของตนที่ร่องเนื้อบวมแดงชุ่มน้ำรัก แล้วดันเข้าไปลึกสุดด้าม “อ๊า... ไทเฮา... ร่องเนื้อท่านแน่นรัดดี... ข้าจะกระแทกให้พระองค์เสียว... เพื่อรักษา...” ไทเฮาครางลั่น “อ๊ายยย... ท่านหมอ...  อ๊าาา!” หลินชิงหลานเร่งกระแทกหนักแน่น มือบีบเคล้นหน้าอกอวบอิ่มของไทเฮา บีบหัวนมแรงๆ ไทเฮาถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง น้ำรักพุ่งกระฉูด แต่พิษทำให้พระองค์สลบไสล หายใจแผ่ว

หลินชิงหลานยังไม่หยุด เธอพลิกตัวไทเฮาให้คุกเข่าคลาน ก้นกลมกลึงยกสูง แล้วจ่อท่อนลำที่รูทวารแน่นของพระมารดา “เพื่อขับพิษให้หมด... ข้าจะใช้รูทวารไทเฮาด้วย... ” เธอดันท่อนลำเข้าไปช้าๆ แต่ลึกสุดด้าม ปุ่มหัวบานใหญ่เบียดเนื้อแน่นแยกออก ไทเฮาครางแผ่วในสลบ “อ๊า... ร้อน... เสียว... รูทวารข้า... อ๊ายยย...” หลินชิงหลานเร่งกระแทกแรง มือตบก้นกลมกลึงดังเพียะๆ “ไทเฮา... รูทวารพระองค์รัดแน่น... ข้าจะพ่นน้ำรักเข้าไปเต็มๆ... เพื่อให้พิษไหลออก!” เธอพ่นน้ำรักร้อนฉ่าระลอกใหญ่เข้าไปลึกสุดรูทวารของไทเฮา น้ำรักผสมพิษไหลทะลักจากรูทวารบวมแดง พระองค์กระตุกเกร็งสลบ หายใจแผ่ว

หลินชิงหลานหันไปหาฮ่องเต้ที่ยังครางแผ่วจากพิษ เธอพลิกพระองค์ให้นอนคว่ำ จับสะโพกกำยำยกสูง แล้วจ่อท่อนลำที่รูทวารแน่นของพระองค์ “ฝ่าบาท... เพื่อขับพิษให้หมด... ข้าจะใช้รูทวารฝ่าบาทด้วย... ” เธอดันท่อนลำเข้าไปลึกสุดด้าม ฮ่องเต้ครางแผ่ว หลินชิงหลานเร่งกระแทกหนักแน่น เธอพ่นน้ำรักร้อนฉ่าระลอกใหญ่เข้าไปลึกสุดรูทวารของฮ่องเต้ น้ำรักผสมพิษไหลทะลักจากรูทวารบวมแดง พระองค์กระตุกเกร็ง จนทั้งคู่สลบไสลอย่างสมบูรณ์

หลินชิงหลานยิ้มเย็น ถอนท่อนลำออกช้าๆ น้ำรักไหลย้อยจากรูทวารของทั้งสอง

ในวันต่อมา ข่าวเรื่องทัพหลวงพ่ายแพ้มาถึงเหล่าข้าราชบริพาร หลินชิงหลานประกาศต่อหน้าขุนนางและข้าราชการในท้องพระโรง “ฝ่าบาทและไทเฮาประชวรหนัก... พระองค์ทั้งสองอาจไม่สามารถบริหารบ้านเมืองต่อได้... เพื่อความมั่นคงของราชวงศ์... ขอให้หลี่เฟิงเทียน ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขึ้นบริหารบ้านเมืองชั่วคราว!”

เหล่าข้าราชบริพารบางคนคัดค้าน “ไม่ได้! หลี่เฟิงเทียนเป็นใคร? เขามีศักดิ์สิทธิ์ใด!” แต่หลี่เฟิงเทียน ซึ่งก็คือเมิ่งเฟิงที่เปลี่ยนชื่อแซ่ใหม่ ปรากฏตัวในชุดขุนนางหลวง ใบหน้าคมเข้มแฝงความดุร้าย “ข้าคือหลี่เฟิงเทียน... ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามพระราชโองการลับ... ผู้ใดขัดขวาง... จะถูกประหาร!” เขาสั่งจับข้าราชบริพารที่คัดค้านประหารทันที ท้องพระโรงเงียบกริบ

หลายเดือดต่อมาหลี่เฟิงเทียนบริหารบ้านเมืองอย่างเที่ยงธรรม จัดการขุนนางทุจริต สร้างความสงบสุขให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนศรัทธา และราชสำนักยอมรับอำนาจใหม่

และเขาก็ส่งข่าวไปหาหลินเทียนหลงทราบ ผ่านนกพิราบลับ “หลินเทียนหลง... ฮ่องเต้และไทเฮาประชวรหนัก... ข้าขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้ว... สำนักดาบฟ้าคำรนปลอดภัย... เจ้าสามารถกลับมาอย่างสงบ... ”

หลินเทียนหลงได้รับข่าวในสำนัก ยิ้มบาง สบายใจ “ดี... ราชวงศ์เก่าล้มสลาย... แต่แผ่นดินจะสงบสุข... ข้าจะปกป้องสำนักและเสี่ยวหลานต่อไป...”

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

หลังจากฮ่องเต้และไทเฮาประชวรหนักจนสิ้นพระชนม์อย่างลึกลับ แผ่นดินและราชสำนักกลับสู่ความสงบสุขอย่างรวดเร็วภายใต้การบริหารของหลี่เฟิงเทียน เขาจัดการขุนนางทุจริต สร้างกฎหมายเที่ยงธรรม ลดภาษีให้ประชาชน ปล่อยตัวนักโทษจากสำนักต่างๆ ที่ถูกจับอย่างไม่เที่ยงธรรม ทำให้แผ่นดินรุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม สำนักดาบฟ้าคำรนก็กลับสู่ความสงบสุข ไม่ถูกคุกคามอีกต่อไป ลูกศิษย์เพิ่มขึ้นมากมายจากชื่อเสียงของหลินเทียนหลงที่ปกป้องสำนักจากทัพหลวงได้อย่างมหัศจรรย์

หลินเทียนหลงตัดสินใจใช้ชีวิตอย่างสงบต่อไปในสำนัก เขาตั้งเสี่ยวหลาน เป็นภรรยาหลวงอย่างลับๆ เพื่อปกปิดความสัมพันธ์พ่อลูกที่เร่าร้อน แต่ประกาศให้หลี่เสี่ยวหยุน เป็นภรรยาหลวงแทนในนาม เพื่อให้ดูเหมาะสมต่อสายตาชาวยุทธภพ ลูกสาวหมอเฒ่า กลายเป็นภรรยารอง เธอมักจะขอให้หลินเทียนหลงกระแทกเธอแรงๆ ในห้องลับทุกคืน 

รวมถึงเอาหมอเฒ่ามาเป็นหมอประจำสำนัก เขานั่งปรุงยาและวิจัยวิชาใหม่ๆ แต่บางคืนก็ร่วมรักกับลูกสาวตัวเองอย่างเมามันในห้องยา

นางโลมเบอร์หนึ่ง ซูหลิงอวิ๋น ถูกหลินเทียนหลงรับมาเป็นภรรยาอีกคน และย้ายมาอยู่สำนัก ทุกคืนเธอมักจะอมท่อนเนื้อของเขาในห้องส่วนตัว และสอนศิษหญิงในสำนักให้เรียนรู้เรื่องการใช้เรือนร่างในการควบคุมผู้ชายให้หลงใหลมัวเมา

และหลินเทียนหลงเชิญจื่อหยิน มาพำนักที่สำนัก โดยอ้างว่าที่วัดร้างกำลังบูรณะ (แต่จริงๆ ก็เอาเป็นภรรยาอีกคน) เธอมักจะร่วมรักกับเขาในห้องลับใต้ตำหนัก 

หลินเทียนหลงวางแผนให้ลูกๆ ที่เกิดมาจากภรรยาแต่ละคนได้ร่วม “ฝึกวิชากันเอง” เมื่อพวกเขาโตขึ้น การผสานกายระหว่างพี่น้องเพื่อถ่ายเทพลังมุกมังกรและวิชาลับของสำนัก ทำให้สายเลือดแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่เขาปกปิดแผนนี้ไว้อย่างลับๆ เพื่อไม่ให้ชาวยุทธภพรู้

หลายเดือนต่อมา เสี่ยวหลาน กำลังตั้งท้องลูกสาวคนแรก เธอนั่งมองพระอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า แสงสีส้มสาดส่องยอดเขาหัวซาน ท้องที่โป่งนูนเล็กน้อยทำให้เธอยิ้มอย่างมีความสุข เด็กในท้องเป็นลูกสาว และหลินเทียนหลงอดใจรอจนเติบโตเป็นหญิงสาวแทบไม่ไหวที่จะถ่ายพลังมุกมังกรให้เธอ เธอคิดถึงช่วงเวลานั้นในอนาคต ลูบมือลงบนท้องเบาๆ “ลูกเอ๋ย... เจ้าจะเติบโตแข็งแกร่ง... และเมื่อเจ้าโต... ท่านพ่อจะถ่ายพลังมุกมังกรให้เจ้า... เหมือนที่ท่านพ่อเคยทำให้แม่เสียวซ่าน... และมีความสุข...”
.
.
.
.
.
.
[จบบริบูรณ์]


กดติดตามทวิตไว้นะ

ทวิตสำรอง https://x.com/v243091759 เผื่อทวิตบิน

อย่าลืมแอด VK เอาไว้นะ

Comments