เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน [Link]
หลินเทียนหลงเดินทางมาถึงย่านแออัดหลังเมืองในยามดึก ตรอกซอกซอยแคบมืดสนิท กลิ่นคาวน้ำทิ้งผสมกลิ่นควันจากเตาไฟลอยอบอวล เขาเดินตามข้อมูลจากซูหลิงอวิ๋นไปยังโกดังร้างใกล้กำแพงเมืองทิศตะวันตก หลังคาไม้ผุพัง ผนังแตกร้าว แต่ภายในมีแสงเทียนสลัวลอดออกมาจากช่องหน้าต่าง
ประตูโกดังเปิดออกช้าๆ กลุ่มคนจากสมาพันธ์มารอมตะเดินออกมาต้อนรับเขา ทุกคนสวมเสื้อคลุมดำ ปิดบังใบหน้า แต่มีรอยสักมารสีดำสนิทโผล่พ้นแขนเสื้อ พวกมันหัวเราะหึๆ “หลินเทียนหลง... เจ้ามาถึงเร็วกว่าที่คิด... ฮ่องเต้ส่งเจ้ามาปราบพวกเรางั้นรึ? ดี... มาให้พวกเราจัดการเลยดีกว่า!”
หลินเทียนหลงยิ้มเย็น ไม่ตอบ เขาใช้ดาบฟ้าคำรนฟาดฟันอากาศเพียงครั้งเดียว ลมปราณแรงดั่งพายุพัดฟันใส่กลุ่มคนมาร พวกมันกระเด็นกระจาย บางคนกระอักเลือด บางคนล้มลงสลบไสล แต่เหล่าสมาพันธ์มารอมตะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พวกมันลุกขึ้นพรวด ใช้วิชามารโบราณ มือกลายเป็นกรงเล็บอาบพิษ พุ่งเข้าโจมตีเขาจากทุกทิศทาง เสียงกรงเล็บฟันอากาศดังวี๊ดๆ หลินเทียนหลงหมุนตัวหลบเลี่ยง ใช้ดาบฟ้าคำรนฟันฟ่าอากาศหลายครั้ง ลมปราณดั่งฟ้าร้องคำรามฟาดฟันใส่พวกมัน พวกมันร้องครางล้มลงทีละคน เลือดสาดกระเซ็น ผนังโกดังแตกกระจายจากแรงกระแทก การต่อสู้ดุเดือดราวกับพายุคลั่ง ดาบฟ้าคำรนของเขาฟันฟ่าอากาศไม่หยุด พวกมารใช้วิชาพิษงู กรงเล็บอาบพิษฟันเข้าใส่ แต่หลินเทียนหลงว่องไวกว่า ใช้พลังจากมุกมังกรหลบเลี่ยงและโต้กลับ ฟันแขนพวกมันขาด เลือดพุ่งกระฉูด บางคนถูกฟันกลางอก ล้มลงในแอ่งเลือดของตัวเอง เสียงร้องโหยหวนดังก้องโกดัง “อ๊ากกก...!” แต่หลินเทียนหลงจัดการได้ไม่ยาก พลังที่เพิ่มพูนจากมุกมังกรทำให้เขาแข็งแกร่งและว่องไวเกินกว่าที่พวกมันจะรับมือ โกดังสั่นสะเทือนจากแรงปะทะ ผนังไม้แตกหัก ฝุ่นคลุ้งตลบ
แต่ทันใดนั้น ศัตรูคนหนึ่งที่ยังยืนอยู่ข้างหลังพ่นลูกดอกอาบยาสลบออกมา หลินเทียนหลงเห็นลูกดอกชัดเจน แต่เขาตั้งใจแกล้งทำเป็นพลาด ลูกดอกปักเข้าที่ไหล่ซ้าย เขาแสร้งเซถอยหลัง แล้วล้มลงคุกเข่า หลับตาลงช้าๆ ร่างกายนิ่งสนิท
...
เวลาต่อมา ผ้าคลุมหัวถูกดึงออกอย่างแรก หลินเทียนหลงลืมตามองช้าๆ พบกับเมิ่งเฟิง หัวหน้าสมาพันธ์มารอมตะ ยืนตรงหน้าเขา ร่างกายผอมแต่เต็มไปด้วยรอยสักมารดำสนิท ดวงตาแดงก่ำด้วยความเกลียดชัง ข้างๆ เขาคือเมิ่งหลิงอวิ๋น ลูกสาว ร่างกายเพรียวบางแต่แฝงอันตรายดุจงูพิษ นั่งชันเข่าบนเก้าอี้ไม้เก่า เสื้อผ้าเปิดเผย ร่องเนื้อสีชมพูสดโผล่พ้นขอบผ้า น้ำรักไหลเยิ้มเป็นสายบางๆ ลงโคนขา นางยิ้มเย้ายวน “ตื่นแล้วเหรอ... เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน... ข้าและพ่อรอท่านมานานแล้ว”
เมิ่งเฟิงหัวเราะหึๆ “หลินเทียนหลง... เจ้าคงคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง... แต่เจ้ามาในกับดักของเราเอง... ข้าจะบอกความจริงให้ฟัง... ฮ่องเต้จะฆ่าเจ้า เพราะเจ้าแข็งแกร่งจนอาจจะคานอำนาจฮ่องเต้ เขาจะใช้เจ้าเป็นเครื่องมือปิดปากตัวเอง... เจ้าจะตายที่นี่... เพื่อให้แผนของฮ่องเต้สำเร็จ”
หลินเทียนหลงนั่งนิ่ง มองทั้งคู่ด้วยสายตาเย็นชา “ข้าไม่เชื่อ... ฮ่องเต้ทรงสั่งข้าให้มาปราบพวกเจ้า... ไม่ใช่ให้ข้าตายที่นี่”
เมิ่งเฟิงหัวเราะดัง “โง่จริงๆ... ฮ่องเต้กลัวเจ้าจะเปิดโปงความลับ... เขาจะฆ่าเจ้าที่นี่ แล้วโยนความผิดให้สำนักมาร... แผนของเขาสมบูรณ์แบบ... แต่เจ้าไม่ต้องกลัว... เราจะทำให้เจ้า... ตายอย่างมีความสุข...”
หลี่อวิ๋นเซวียน บุกเข้ามาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว ร่างกายอ้อนแอ้นแต่เคลื่อนไหวว่องไวดั่งเงา เขาสั่งเสียงเย็น “สังหารทุกคนที่นี่... รวมถึงหลินเทียนหลงด้วย!”
หลินเทียนหลงลุกขึ้นสู้ทันที แต่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็วยาสลบที่เขากลืนเข้าไปตอนแกล้งพลาดเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่ และแผนจะดูเหมือนผิดพลาดไปหมด เขาใช้ดาบฟ้าคำรนฟันฟ่าอากาศหลายครั้ง ลมปราณดั่งฟ้าร้องคำรามฟาดฟันใส่ขันทีหนุ่ม แต่หลี่อวิ๋นเซวียนหลบเลี่ยงได้อย่างว่องไว ใช้วิชาดัชนีซัดพลังมารโบราณฟาดฟันกลับ หลินเทียนหลงยกดาบป้องกัน แต่แรงกระแทกทำให้เขาถอยหลังหลายก้าว เลือดไหลจากมุมปาก “แก... แกดูดซับพลังจากข้าในคืนนั้นงั้นรึ... ในระหว่างร่วมรัก... แกขโมยพลังมุกมังกรของข้า!”
หลี่อวิ๋นเซวียนหัวเราะเย็น “ใช่... คืนนั้นข้าดูดซับพลังจากท่านเจ้าสำนัก... พลังมุกมังกรที่ร้อนแรง... ทำให้ข้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น... ท่านคิดว่าข้าจะปล่อยให้ท่านมีชีวิตอยู่รอดไปเหรอ? ตายซะ!”
การต่อสู้ดุเดือดราวกับพายุคลั่ง หลินเทียนหลงฟันดาบฟ้าคำรนรัวเร็ว ลมปราณฟาดฟันอากาศดังกึกก้อง หลี่อวิ๋นเซวียนหลบเลี่ยงว่องไว ใช้นิ้วชี้ซัดพลังมารสีดำสนิทฟาดฟันกลับ พลังกระแทกกันดังสนั่น โกดังสั่นสะเทือน ผนังไม้แตกหัก ฝุ่นคลุ้งตลบ หลินเทียนหลงถูกซัดกระเด็นชนเสาไม้ เลือดไหลจากบาดแผลหลายแห่ง แต่เขาลุกขึ้นสู้ต่อ ฟันดาบฟ่าอากาศใส่ขันทีหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมปราณดั่งฟ้าร้องคำรามทำให้หลี่อวิ๋นเซวียนถอยหลังหลายก้าว เลือดไหลจากมุมปาก “แก... แกแข็งแกร่งจริงๆ... แต่พลังที่ข้าดูดซับจากท่อนเนื้อของแก... มันทำให้ข้าเหนือกว่า!”
เมิ่งเฟิงและเมิ่งหลิงอวิ๋นเข้ามาช่วย พ่อลูกคู่นี้ใช้วิชางูพิษมารโบราณ พุ่งเข้าโจมตีหลี่อวิ๋นเซวียนจากด้านข้าง เมิ่งหลิงอวิ๋นบิดร่างกายราวกับงู กรงเล็บอาบพิษฟันเข้าใส่ เมิ่งเฟิงซัดพลังมารดำสนิทฟาดฟัน การต่อสู้ยิ่งดุเดือด พลังกระแทกกันดังสนั่น โกดังใกล้พังถล่ม เมิ่งหลิงอวิ๋นคราง “ปู่... ฆ่ามันซะ! วิชางูพิษมาร... ฟันคอมัน!”
แต่หลี่อวิ๋นเซวียนแข็งแกร่งเกินคาด ด้วยพลังที่ดูดซับจากมุกมังกร เขาใช้นิ้วชี้ซัดดัชนีมารโบราณ พลังสีดำสนิทฟาดฟันใส่ทั้งสามคนพร้อมกัน หลินเทียนหลง เมิ่งเฟิง และเมิ่งหลิงอวิ๋นถูกซัดกระเด็นออกไปตกที่เรือไม้ที่จอดอยู่ริมแม่น้ำเชี่ยวกราดด้านหลังโกดัง
เรือระเบิดดังสนั่น ไฟลุกโชนจากดินปืนที่ถูกจุดชนวน เรือแตกกระจายจมลงไปในแม่น้ำเชี่ยวกราด หลินเทียนหลง เมิ่งเฟิง และเมิ่งหลิงอวิ๋นถูกกระแสน้ำพัดหายไปในความมืดมิด
.
.
.
.
.
ริมแม่น้ำในช่วงรุ่งสาง แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านกิ่งไม้หนาทึบ ละอองน้ำจากกระแสน้ำเชี่ยวกราดที่ยังคงไหลแรงพัดพาละอองหมอกเย็นชื้นลอยอบอวล หลินเทียนหลงรู้สึกตัวตื่นขึ้นช้าๆ จากความเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรที่กำลังถูกหุบรัดแน่นและเสียดสีอย่างรุนแรง เขาลืมตาขึ้นมอง พบกับเมิ่งหลิงอวิ๋นกำลังนั่งคร่อมตักเขา ร่างกายเพรียวบางแต่แฝงอันตรายดุจงูพิษของนางกำลังขย่มขึ้นลงช้าๆ แต่ลึกสุดลำ ท่อนเนื้อของเขาแทงลึกเข้าไปในร่องเนื้อแน่นร้อนชื้นของนาง ปุ่มมุกนูนๆ เสียดสีผนังร่องเนื้อด้านในทุกจังหวะที่เธอกดลงมานั่งสุดโคน
เมิ่งหลิงอวิ๋นยิ้มเย้ายวน ดวงตาคมคายแดงก่ำด้วยราคะ ผมยาวดำขลับสยายปกคลุมแผ่นหลังขาวผ่องที่ชุ่มเหงื่อ หน้าอกอวบอิ่มเด้งดึ๋งตามจังหวะขย่ม หัวนมสีชมพูเข้มชูชันบวมเป่งราวกับถูกกระตุ้นมานาน น้ำรักไหลทะลักเปียกโคนท่อนเนื้อและโคนขาของเขา “อ๊า... ท่านหลิน... อย่าขยับสิ... ข้ากำลังปรับชีพจรและกำลังภายในให้ท่าน... หลังจากเรือระเบิด ข้าใช้วิชางูพิษมารช่วยดูดพิษยาสลบออกจากตัวท่าน... แต่ตอนนี้... ข้าต้องใช้ร่องเนื้อข้าถ่ายเทพลังให้ท่าน... อ๊า... มุกมังกรของท่าน... มันเสียดสีข้างในข้าดีเหลือเกิน... ทำให้ข้าน้ำแตกหลายครั้งแล้ว... ตั้งแต่ขย่มท่านตอนท่านยังสลบ... ข้าเสียวจนน้ำรักไหลทะลักไม่หยุด... ท่อนเนื้อท่านใหญ่ยาว... ปุ่มพวกนี้กรีดเม็ดติ่งข้าจนแสบร้อน... แต่เสียวซ่านสุดขีด... อ๊ายยย... ข้าจะแตกอีกแล้ว!”
หลินเทียนหลงครางต่ำ รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่พลุ่งพล่านในร่างกาย ท่อนเนื้อของเขากระตุกตุบๆ ภายในร่องเนื้อแน่นของนาง แต่ที่แปลกคือภายในร่องเนื้อของเมิ่งหลิงอวิ๋นเหมือนมีสิ่งมีชีวิตซ่อนอยู่ มันทั้งดูด ตอด และหุบรัดท่อนเนื้อของเขาในจังหวะที่ผิดปกติ ราวกับมีงูพิษตัวเล็กๆ คดเคี้ยวเสียดสีปุ่มมุกมังกรทุกจุด
เมิ่งหลิงอวิ๋นขย่มช้าๆ แต่กดลงลึกสุดทุกครั้ง น้ำรักไหลทะลักเปียกโคนขาและพื้นหญ้า “อ๊า... มันคือวิชางูพิษมารของข้า... มันจะดูดตอดและหุบรัดท่อนเนื้อท่าน... เพื่อถ่ายเทพลังภายในให้ไหลเวียนระหว่างเรา... ท่านจะรู้สึกเสียวซ่านแต่พลังภายในจะเพิ่มพูน... อ๊ายยย... ข้าเสียวจนน้ำรักพุ่งอีกแล้ว... ท่านหลิน... อย่าขยับ... ให้ข้าขย่มต่อ... ข้าจะแตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า... อ๊าาา!”
ขณะที่เธอกำลังขย่มรัวขึ้น หลินเทียนหลงถามหาเมิ่งเฟิง “เจ้า... เจ้าพ่อของเจ้า... เมิ่งเฟิงอยู่ไหน?”
เมิ่งเฟิงปรากฏตัวจากหลังพุ่มไม้ด้านข้าง ร่างกายเปลือยเปล่าอย่างสิ้นเชิง ผิวคล้ำเต็มไปด้วยรอยสักมารดำสนิท ท่อนเนื้อแก่แต่แข็งโด่เด้งขึ้นลงตามจังหวะเดิน เขายิ้มหึๆ “ข้าไม่เป็นไร... วิชามารของข้าช่วยให้รอดจากเรือระเบิดได้... แต่เจ้า... ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรของเจ้า... ข้าเพิ่งเห็นครั้งแรก... มันใหญ่ยาวและปุ่มนูนๆ พวกนี้... ทำให้หลานสาวข้าครางไม่หยุด... ดี... ข้าจะช่วยเร่งกระบวนการถ่ายเทพลัง... ด้วยวิธีของข้า”
เมิ่งเฟิงเดินเข้ามาใกล้ จับตัวเมิ่งหลิงอวิ๋นให้ก้มลงลำตัวแนบกับหลินเทียนหลง หน้าอกอวบอิ่มของนางเบียดแนบกับหน้าอกกำยำของเขา หัวนมชูชันเสียดสีกัน แล้วเมิ่งเฟิงเข้าประกบด้านหลัง สอดท่อนเนื้อของตนเข้าไปผ่านรูทวารของลูกสาว “อ๊า... แบบนี้ข้าเสียวมาก... ท่อนเนื้อท่านหลินคาร่องเนื้อข้า... ท่อนเนื้อท่านพ่อคารูทวารข้า... อ๊ายยย... ขยับพร้อมกันสิ... ข้าจะแตกแล้ว!”
เมิ่งเฟิงครางต่ำ “วิชานี้... เราทั้งสามจะได้แบ่งปันพลังยุทธให้แก่กันและกัน... ข้าจะกระแทกหลานสาวข้าแรงๆ... ให้พลังไหลเวียนผ่านร่างกาย... เข้าสู่ท่อนเนื้อของเจ้า... หลินเทียนหลง... เจ้าจะได้รับพลังมารโบราณของเรา... อ๊า... รูทวารเจ้าแน่นรัดดีนัก... ข้าจะกระแทกแรงกว่านี้...”
หลินเทียนหลงรู้สึกถึงพลังที่พลุ่งพล่านไหลเวียนจากท่อนเนื้อของเขา ผ่านร่องเนื้อของเมิ่งหลิงอวิ๋น ไปยังรูทวารที่ถูกเมิ่งเฟิงกระแทก เขาขยับสะโพกสวนขึ้นเบาๆ “อ๊า... พลังมันไหลเวียนจริงๆ... แต่เสียวซ่านเกินไป... ร่องเนื้อเจ้า... มันดูดตอดข้าแรงขึ้น... อ๊า... ข้าจะหลั่งแล้ว!”
เมิ่งหลิงอวิ๋นกรีดร้อง “อ๊า... ท่านพ่อ... ท่านหลิน... ขยับพร้อมกัน... ข้าเสียวทั้งสองรู... น้ำรักข้าพุ่งไม่หยุด... อ๊ายยยย... แบ่งปันพลังกันเลย... ข้าจะแตกซ้ำแล้ว...!”
ทั้งสามแบ่งปันพลังกันอย่างดุเดือด เมิ่งเฟิงกระแทกแรงจากด้านหลัง หลินเทียนหลงขยับสวนขึ้นจากด้านล่าง เมิ่งหลิงอวิ๋นครางลั่น น้ำรักพุ่งทะลักเปียกโคนท่อนเนื้อของทั้งสอง พลังยุทธไหลเวียนระหว่างร่างกายทั้งสาม พลังภายในของหลินเทียนหลงเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล มุกมังกรเรืองแสงสว่างจ้า
หลังจากทั้งสามถึงจุดสุดยอดและแบ่งปันพลังเสร็จสิ้น เมิ่งเฟิงถอนท่อนเนื้อออกช้าๆ น้ำรักไหลทะลักจากรูทวารของเมิ่งหลิงอวิ๋น หลินเทียนหลงก็ถอนท่อนเนื้อจากร่องเนื้อ น้ำรักผสมกันไหลย้อย เมิ่งเฟิงหอบหายใจ “ดี... พลังไหลเวียนสมบูรณ์... ตอนนี้ เจ้าต้องซ่อนตัวอยู่กับพวกเราก่อน หลินเทียนหลง... ถ้าไม่... สำนักดาบฟ้าคำรนของเจ้าจะอยู่ในอันตราย... ฮ่องเต้และขันทีผู้นั้นจะตามล่าเจ้าไม่เลิก... ข้าแนะนำให้ไปซ่อนตัวที่วัดร้างแห่งหนึ่งใกล้เขาหัวซาน... ที่นั่นปลอดภัย...”
หลินเทียนหลงขมวดคิ้ว รู้สึกคุ้นๆ กับวัดร้างนั้นจริงๆ แต่เขาพยักหน้า “ดี... ข้าจะไปกับพวกเจ้า... แต่ถ้าเจ้าคิดร้าย... ข้าจะฆ่าเจ้าทั้งพ่อลูก”
เมิ่งเฟิงหัวเราะหึๆ “ไม่ต้องห่วง... เรามีศัตรูเดียวกัน... ออกเดินทางเถอะ... ก่อนที่ขันทีผู้นั้นจะตามมา”
.
.
.
.
.
การเดินทางมุ่งสู่วัดร้างเป็นไปอย่างค่อนข้างช้าและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดสำหรับหลินเทียนหลง เพราะเมิ่งเฟิงกับเมิ่งหลิงอวิ๋น พ่อลูกคู่นี้แทบจะหยุดร่วมรักกันไม่ได้เลยตลอดทาง พวกเขาเดินทางด้วยม้าสามตัวที่แอบโขมยมาผ่านป่าเขาและทุ่งโล่ง แต่ทุกครั้งที่หยุดพักหรือแม้แต่ระหว่างเดินทางช้าๆ พวกเขาก็หาโอกาสผสานกายกันอย่างเมามัน กลิ่นคาวรัญและเสียงครางหอบดังแผ่วเบาลอยมาแตะหูหลินเทียนหลงบ่อยครั้ง ทำให้เขาต้องกัดฟันอดกลั้น ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรของเขาแข็งโด่และร้อนผ่าวทุกครั้งที่ได้ยิน แต่หลินเทียนหลงไม่ได้เข้าร่วมกับพวกเขานัก เพราะเขาสนใจที่จะมุ่งหน้าไปวัดร้างมากกว่า เพื่อหาคำตอบจากความลับที่เมิ่งเฟิงเคยเอ่ย แต่เขาก็ต้องทำใจรอทั้งสองร่วมรักกันเสร็จแล้วเดินทางต่อทุกครั้ง
ครั้งแรกเกิดขึ้นหลังจากออกจากโกดังได้ไม่นาน พวกเขาแวะพักใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทาง เมิ่งเฟิงดึงตัวเมิ่งหลิงอวิ๋นลงจากม้า แล้วผลักนางลงกับพื้นหญ้าเปียกชุ่มน้ำค้าง นางหัวเราะคิกคัก ถอดเสื้อคลุมดำออกจนหมด เมิ่งเฟิงถอดกางเกงออก ท่อนเนื้อแก่แต่แข็งโด่เด้งออกมา แล้วดันเข้าไปในร่องเนื้อแน่นของลูกสาวทันที
เมิ่งหลิงอวิ๋นครางลั่น ขยับสะโพกสวนกลับรุนแรง เมิ่งเฟิงตบก้นกลมกลึงของลูกสาวดังเพียะๆ เพียะๆ จนเนื้อแดงช้ำ รอยนิ้วฝังลึก ขณะที่สะโพกกระแทกหนักแน่นทุกครั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ พั่บๆ ลอยมาแตะหูหลินเทียนหลงที่ยืนหันหลังให้
หลินเทียนหลงหันหลังรออย่างหงุดหงิด ท่อนเนื้อของเขาแข็งโด่จนเจ็บปวดจากเสียงเร่าร้อนนั้น แต่เขาอดกลั้น “พวกเจ้ารีบหน่อย... เราต้องรีบไปวัดร้างก่อนฟ้าสาง”
.
.
.
.
.
ในที่สุด เมื่อใกล้ถึงจุดหมาย หลินเทียนหลงก็รู้ได้ทันทีว่าวัดร้างที่ว่าคืออะไร มันคือวัดร้างเก่าแก่ที่ซ่อนตัวกลางป่าทึบ ซึ่งเป็นวัดของนางชีจื่อหยิน หญิงสาวที่เขาผสานกายเพื่อดูดซับพลังหยินบริสุทธิ์เมื่อหลายเดือนก่อน วัดนั้นยังคงเงียบสงบ หลังคาแตกหัก ใบไม้ร่วงปกคลุมพื้น แต่ภายในยังคงสะอาดเรียบร้อย
เมิ่งเฟิงหัวเราะหึๆ “... วัดร้างแห่งนี้คือที่ซ่อนของจื่อหยิน... นางคือญาติห่างๆ ของข้า... ลูกพี่ลูกน้องของภรรยาข้า... นางบวชที่นี่เพื่อละวางโลกีย์... แต่ข้ารู้ว่านางยังติดต่อกับโลกภายนอกอยู่บ้าง”
หลินเทียนหลงขมวดคิ้ว “ข้าเคยพบกับนาง... นางช่วยข้าดูดซับพลังหยินบริสุทธิ์... เพื่อปลุกมุกมังกร”
เมิ่งเฟิงหัวเราะลั่น “ฮ่าๆ... ในที่สุดเจ้าสำนักดาบฟ้าคำรนก็กลายเป็นผู้ชายคนแรกของนางจนได้... นางบวชมาหลายปี บริสุทธิ์ผุดผ่อง... แต่เจ้าก็ได้ทำลายความบริสุทธิ์นั้น... ดี... นางคงเสียวซ่านไม่น้อยจากมุกมังกรของเจ้า”
พวกเขาเดินเข้าไปในวัด จื่อหยินที่นั่งสมาธิอยู่หน้าพระพุทธรูปเก่าแก่ลืมตาขึ้น มองทั้งสามด้วยสายตาสงบแต่แฝงความรู้ลึกซึ้ง นางยิ้มบาง “ท่านหลิน... ปู่เมิ่ง... หลิงอวิ๋น... ข้ารอพวกท่านอยู่นานแล้ว... ข้าล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ในเมืองหลวงมาบ้าง... แม้ข้าจะตัดขาดจากโลกแต่ก็ไม่ได้ตัดขาดโดยสิ้นเชิง... ข้ามีสายข่าวจากญาติโยมที่ยังติดต่อกัน”
ตกค่ำ ทั้งสี่คน หลินเทียนหลง เมิ่งเฟิง เมิ่งหลิงอวิ๋น และจื่อหยิน กำลังทานอาหารมื้อค่ำแบบเรียบง่ายรอบกองไฟเล็กๆ ในลานวัด อาหารมีเพียงข้าวต้มและผักสดจากสวนหลังวัด แต่บรรยากาศเงียบสงบ จื่อหยินมองหลินเทียนหลงด้วยสายตาลึกซึ้ง แล้วกล่าวขึ้น “ท่านหลิน... เมื่อเดือนก่อน หมอเฒ่าคนหนึ่งเดินทางมาที่นี่... และเขารู้จักท่าน เขาค้นพบคำภีร์เกี่ยวกับมุกมังกรฉบับสมบูรณ์ในห้องใต้ดินลับของวัดแห่งนี้... คำภีร์นั้นซ่อนไว้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ก่อน... ในคำภีร์บอกว่าท่านจะต้องร่วมรักกับข้าในตอนที่ร่องเนื้อของข้ามีน้ำรักของชายผู้มีพลังสองคนขึ้นไป... เพื่อปลุกพลังมุกมังกรให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น... ข้าเลือกเมิ่งเฟิงเป็นคนแรก...... อีกคน ข้าติดต่อหมอเฒ่าเรียบร้อยแล้ว... เขาจะมาถึงในอีกสองวัน... ท่านต้องเตรียมตัวให้พร้อม... เพราะครั้งนี้จะเป็นการผสานกายที่เร่าร้อนที่สุด... เพื่อให้มุกมังกรของท่านตื่นขึ้นเต็มพลัง”
หลินเทียนหลงมองจื่อหยินด้วยความประหลาดใจ แต่พยักหน้า “ข้ายอมรับ... เพื่อพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น... ข้าจะรอสองวันนี้”
เกือบสองวันดี หมอเฒ่าก็มาถึงวัดร้างเร็วกว่าที่คาดหมาย มาพร้อมกับลูกสาวของเขา เธอมองหลินเทียนหลงด้วยสายตาหิวกระหายตั้งแต่แรกเห็น “ท่านพ่อ... ข้าอยากลองชิมท่อนเนื้อฝังมุกของเขาเสียจริง...” หมอเฒ่าหัวเราะหึๆ “รอสักครู่ เจ้าลูกร่าน... เรามีพิธีสำคัญก่อน”
เมื่อมาถึง หมอเฒ่าไม่รอพักอะไรต่อ เขาพาทุกคน ลงชั้นใต้ดินของวัดร้างทันที ทางลงแคบมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนจากคบเพลิงที่หมอเฒ่าจุดนำทาง เมื่อมาถึงชั้นใต้ดิน หมอเฒ่าบอกว่า “ยังมีห้องลับอีกห้องหนึ่งซึ่งข้ายังไม่ได้บอกนางชีจื่อหยิน... มันซ่อนคำภีร์มุกมังกรฉบับสมบูรณ์... ข้ในที่สุดข้าก็ค้นพบมัน หลังจากตามหามาเกือบทั้งชีวิต”
หมอเฒ่าเดินไปยังชั้นคำภีร์เก่าๆ ที่ปกคลุมด้วยฝุ่นและใยแมงมุม ล้วงมือเข้าไปขยับไม่กี่ที ประตูลับที่ซ่อนเร้นในผนังหินก็เปิดออกช้าๆ เผยห้องค่อนข้างกว้างใหญ่ มืดสลัวแต่เต็มไปด้วยกลิ่นธูปเก่าแก่และพลังมารโบราณที่อบอวล ตรงกลางเป็นลานวงกลมใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบสิบวา มีสัญลักษณ์แปลกๆ มีรูปมังกรคดเคี้ยว งูพิษพันกัน และสัญลักษณ์หยินหยางที่บิดเบี้ยวราวกับถูกสาป รอบๆ ลานนั้นมีพระพุทธรูปยืนรูปร่างหญิง (พระแม่มาร) เหมือนที่หลินเทียนหลงเคยเห็นที่กระท่อมของหมอเฒ่า แต่ของที่นี่เป็นทองเหลืองเงาวับ แกะสลักละเอียด หน้าอกอวบใหญ่ หัวนมชูชัน ร่องเนื้อระหว่างขาแกะสลักชัดเจนราวกับมีชีวิต นอกจากนั้น ยังมีพระพุทธรูปยืนเพศชายด้วย รูปร่างกำยำสูงใหญ่ แต่มีลักษณะแตกต่างเพราะมีท่อนเนื้อใหญ่ยาวยืนออกมาจากหว่างขา และท่อนเนื้อนั้นมีปุ่มนูนรอบเหมือนมุกมังกรที่ฝังลงไปตามลำ สีเงินแวววาวสะท้อนแสงเทียน ทำให้ดูดุร้ายและเร่าร้อนยิ่งนัก
หมอเฒ่าหัวเราะหึๆ “ที่นี่เป็นหนึ่งในลานพิธีลัทธิมารที่ยังหลงเหลืออยู่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ก่อน... ลานนี้ใช้สำหรับปลุกพลังมุกมังกรฉบับสมบูรณ์... พลังหยินหยางจะไหลเวียนผ่านร่างกายทุกคนที่ผสานกายที่นี่... เราต้องเริ่มพิธีทันที... ก่อนที่ฮ่องเต้จะส่งคนตามมา”
จากนั้นก็เริ่มพิธี จื่อหยิน ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เผยร่างกายเปลือยเปล่า เนินเนื้อระหว่างขาชุ่มฉ่ำเล็กน้อยจากความตื่นเต้น นางนอนลงตรงกลางลานวงกลม นอนแผ่หรา กางขาเรียวขาวกว้างสุด กลีบเนื้อสีชมพูอ่อนแยกออกช้าๆ รอรับการผสานกาย “ข้าพร้อมแล้ว... เพื่อปลุกพลังมุกมังกรของท่านหลิน... เริ่มเลยเถิด”
เมิ่งเฟิง รีบถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยเปล่า ท่อนเนื้อแก่แต่แข็งโด่เด้งขึ้นลงตามจังหวะเดิน เขาเดินเข้าไปตรงกลางลาน หัวเราะหึๆ เขาคุกเข่าลงตรงหว่างขาของจื่อหยิน จ่อหัวบานใหญ่ที่ปากร่อง แล้วดันเข้าไปลึกสุดด้ามช้าๆ แต่หนักแน่น จื่อหยินครางแผ่ว
เมิ่งเฟิงเร่งจังหวะกระแทกหนักหน่วงตามสไตล์ของเขา สะโพกกระแทกแรงดังพั่บๆ พั่บๆ “อ๊า... ร่องเนื้อเจ้าแน่นรัดดีนัก... ข้าจะกระแทกให้เจ้าเปียกชุ่ม... ครางดังกว่านี้สิ... ข้าจะพ่นน้ำรักเข้าไปเต็มๆ!” จื่อหยินกรีดร้อง “อ๊ายยย... แรงกว่านี้... ข้าเสียวจนน้ำรักพุ่ง... อ๊าาา... ท่านเมิ่ง... ลึกสุดมดลูกแล้ว... ข้าจะแตกแล้ว!” น้ำรักพุ่งกระฉูดเปียกโคนท่อนเนื้อ เธอถึงจุดสุดยอดหลายครั้ง หน้าอกอวบเด้งดึ๋ง หัวนมชูชันสั่นไหว
ระหว่างนั้น เมิ่งหลิงอวิ๋นที่นั่งดูทนไม่ไหว นางถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือย และเริ่มช่วยตัวเอง มือเล็กๆ สอดเข้าไปในร่องเนื้อแน่น ชอนไชรัวเร็ว ครางแผ่ว “อ๊า... ” ลูกสาวหมอเฒ่าก็เช่นกัน นางบิดตัวคราง มือบีบเคล้นเนินเนื้อตัวเอง “อ๊า... ท่านพ่อ... ข้าทนไม่ไหวแล้ว... ... อ๊ายยย...”
หมอเฒ่าหัวเราะหึๆ มองทั้งสองสาว “อย่ามัวช่วยตัวเอง... จงใช้ท่อนเนื้อของพระพุทธรูปสิ... มันฝังมุกมังกรเหมือนจริง... จะทำให้พวกเจ้าเสียวซ่านและถ่ายเทพลังได้ดีกว่า!” สองสาวพยักหน้า พลิกตัวยืนขึ้นยืนโก่งโค้งหน้าพระพุทธรูปยืนเพศชายคนละองค์ ท่อนเนื้อทองเหลืองยืนออกมาดั่งมุกมังกรจริงๆ ปุ่มนูนสีเงินแวววาว เมิ่งหลิงอวิ๋นจับท่อนเนื้อของพระพุทธรูปละเลงน้ำรักจากเนินเนื้อตัวเอง สองสาวโยกสะโพกรัวเร็ว หน้าอกเด้งดึ๋ง หัวนมชูชันสั่นไหว น้ำรักไหลทะลักเปียกฐานพระพุทธรูป ครางลั่น “อ๊า... เสียว... ข้าจะแตกแล้ว... อ๊ายยยย!”
หลินเทียนหลงยืนดูทั้งหมด มีอารมณ์เต็มที่ ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรแข็งโด่จนเจ็บปวด น้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มเปียกกางเกง เขารู้สึกเสียวซ่านจากพลังที่ไหลเวียนในลานพิธี แต่ต้องอดทนรอคิวของตัวเอง กำหมัดแน่นเพื่อข่มใจ
จนเมิ่งเฟิงเร่งจังหวะกระแทกสุดแรง พ่นน้ำรักร้อนฉ่าระลอกใหญ่เข้าไปเต็มร่องเนื้อของจื่อหยิน “อ๊า... รับไปให้หมด... อ๊าาา!” จื่อหยินกรีดร้อง “อ๊ายยย... ” น้ำรักผสมกันไหลทะลักจากกลีบเนื้อบวมแดง
หมอเฒ่าหัวเราะหึๆ แล้วเดินไปผสานกายกับจื่อหยินต่ออย่างเมามัน "รูที่ยังมีน้ำกามคาอยู่มันช่างเสียวดีจริงๆ"
หลินเทียนหลงยืนดูทั้งหมด มีอารมณ์เต็มที่ ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรแข็งโด่จนเจ็บปวด น้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มเปียกกางเกง เขารู้สึกเสียวซ่านจากพลังที่ไหลเวียนในลานพิธี แต่ต้องอดทนรอคิวของตัวเอง กำหมัดแน่นเพื่อข่มใจ
สุดท้าย เมื่อหมอเฒ่าเสร็จสิ้น หลินเทียนหลงเป็นคนต่อไป เขาถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือย ร่างกายกำยำเปียกชุ่มเหงื่อ ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรแข็งโด่เรืองแสงสว่างจ้า เขาเดินเข้าไปตรงกลางลาน จื่อหยินที่นอนแผ่หรา กางขากว้าง กลีบเนื้อบวมแดงชุ่มน้ำรักจากสองคนก่อนหน้าไหลทะลัก เขาจ่อหัวบานใหญ่ที่ปากร่อง แล้วดันเข้าไปช้าๆ มันลื่นไหลจากน้ำรักของเมิ่งเฟิงและหมอเฒ่า ทำให้รู้สึกแปลกประหลาดแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก ความลื่นชุ่มผสมความร้อนจากน้ำรักของชายสองคน ทำให้ปุ่มมุกเสียดสีผนังร่องเนื้อด้านในได้ลึกและเสียวซ่านกว่าเดิม “อ๊า... จื่อหยิน... ”
จื่อหยินครางแผ่ว “อ๊า... ท่านหลิน... ท่อนเนื้อท่านใหญ่... ปุ่มมุกกรีดข้างในข้า... ลึกเข้าไปอีก... ข้าเสียวซ่าน... กระแทกแรงกว่านี้สิ... เพื่อถ่ายเทพลัง!” เขาเริ่มขยับสะโพกช้าๆ แต่ลึกสุดด้ามทุกครั้ง ปุ่มมุกนูนๆ เสียดสีเม็ดติ่งบวมเป่งและผนังร่องเนื้อด้านในรุนแรง จื่อหยินบิดตัวคราง “อ๊า... ลึกสุดมดลูกแล้ว... ปุ่มมุกมันถูมดลูกข้า... ข้าเสียวจนน้ำรักพุ่ง... อ๊ายยย... ท่านหลิน... แรงกว่านี้... ขยับสะโพกเร็วขึ้นสิ... ข้าจะแตกแล้ว!” เขาเร่งจังหวะกระแทกแรงขึ้น มือใหญ่เอื้อมบีบเคล้นหน้าอกอวบอิ่ม บีบหัวนมชูชัน “... อ๊า... ข้าจะหลั่งแล้ว!”
จื่อหยินกรีดร้องถึงจุดสุดยอดหลายครั้ง “อ๊า... ท่านหลิน... ข้าแตกแล้ว... ” เขาเร่งจังหวะสุดแรง กระแทกหนักแน่นทุกครั้ง ท่อนเนื้อแทงลึกสุดมดลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปุ่มมุกเสียดสีทุกจุดในร่องเนื้อแน่น จื่อหยินบิดตัวรุนแรง หน้าอกอวบเด้งดึ๋ง หัวนมชูชันสั่นไหว น้ำรักพุ่งกระฉูดเปียกโคนท่อนเนื้อและพื้นลานหลายครั้ง “อ๊ายยย... ท่านหลิน... ข้าไม่เคยเสียวขนาดนี้... ข้าแตกไม่หยุด... พ่นเข้าไปเลย... อ๊าาา!”
พอใกล้เสร็จ หลินเทียนหลงรู้สึกถึงพลังที่มากขึ้นพลุ่งพล่านในร่างกาย พลังหยินบริสุทธิ์จากจื่อหยินผสมน้ำรักของชายสองคนทำให้มุกมังกรตื่นขึ้นเต็มที่ เขาครางดัง พ่นน้ำรักร้อนฉ่าระลอกใหญ่เข้าไปลึกสุดมดลูกของนาง “อ๊า... จื่อหยิน... น้ำรักข้าระเบิดในตัวเจ้า... พลังมันเพิ่มขึ้นแล้ว... อ๊าาา!” นางกรีดร้องถึงจุดสุดยอดครั้งสุดท้าย “อ๊ายยยย... ท่านหลิน... ข้าแตกแล้ว...!” มุกมังกรเรืองแสงสว่างจ้า พลังภายในของหลินเทียนหลงเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เขาหอบหายใจ รู้สึกถึงพลังใหม่ที่พลุ่งพล่านในกาย ท่อนเนื้อยังกระตุกตุบๆ ภายในร่องเนื้อของนางที่นอนแผ่หราสลบไสล น้ำรักไหลทะลักจากกลีบเนื้อบวมแดง
โปรดติดตามตอนต่อไป........
กดติดตามทวิตไว้นะ
ทวิตสำรอง
https://x.com/v243091759 เผื่อทวิตบิน
อย่าลืมแอด VK เอาไว้นะ

Comments