เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน ตอนที่ 12


เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน [Link]

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กของห้องพักในพระราชวัง หลินเทียนหลงตื่นขึ้นก่อน ร่างกายกำยำยังคงร้อนผ่าวจากคืนที่ผ่านมาที่เขาจัดการกับหลี่อวิ๋นเซวียนอย่างหนักหน่วง ขันทีหนุ่มนอนแผ่หราบนเตียง ผมยาวสลวยยุ่งเหยิง ร่างกายอ้อนแอ้นเปียกชุ่มเหงื่อและน้ำรัก รูด้านหลังบวมแดงช้ำ น้ำรักข้นขาวของหลินเทียนหลงยังไหลย้อยออกมาจากกลีบเนื้อที่ถูกกระแทกจนช้ำแดง หน้าอกเรียบเนียนของขันทีหนุ่มยกขึ้นลงช้าๆ หายใจแผ่วเบา ใบหน้าสวยงามยังแดงระเรื่อจากความเสียวซ่านที่เกินทน

หลินเทียนหลงลูบผมขันทีหนุ่มเบาๆ แล้วลุกขึ้นแต่งตัว ท่อนเนื้อฝังมุกมังกรยังแข็งโด่และร้อนผ่าวจากพลังที่เพิ่มพูน เขาจูบหน้าผากขันทีหนุ่มเบาๆ “เจ้าทำให้ข้าพอใจมาก... พักผ่อนเถอะ... ข้าต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้”

หลี่อวิ๋นเซวียนลืมตาขึ้นยิ้มอ่อน “ท่าน... คืนนี้... ข้าจะรอท่านอีก... รูด้านหลังข้ายังร้อนผ่าว... ข้าอยากให้ท่านกระแทกข้าอีก...”

หลินเทียนหลงยิ้มมุมปาก แล้วเดินออกจากห้องไปยังท้องพระโรงเล็กที่ฮ่องเต้ทรงจัดเตรียมให้เข้าเฝ้าแบบส่วนพระองค์

ในท้องพระโรงเล็ก ฮ่องเต้หนุ่มวัยยี่สิบแปดประทับอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์แกะสลัก พระวรกายกำยำสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้มแฝงความเย็นชา พระองค์ทรงมองหลินเทียนหลงด้วยสายพระเนตรลึกซึ้ง “หลินเทียนหลง... เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน... เจ้ามาถึงเร็วกว่าที่คาด... ดี... ตอนนี้แผ่นดินกำลังเผชิญภัยร้าย... มีกลุ่มคนจากสำนักมารที่เคยถูกล้มล้างมารวมตัวกันใหม่อีกครั้ง... พวกมันหมายปองเอาชีวิตข้า... ข้าต้องการให้เจ้าไปปราบหัวหน้าของพวกมัน... ด้วยตัวเจ้าเพียงคนเดียว... ไม่ให้ใครรู้... ไม่ให้ใครตามไป”

หลินเทียนหลงก้มศีรษะ “ฝ่าบาท... ข้าจะทำตามพระราชโองการ... แต่... ข้าขอถาม... ทำไมต้องเป็นข้าเพียงคนเดียว? สำนักดาบฟ้าคำรนมีกำลังพลมากมาย...”

ฮ่องเต้ทรงยิ้มเย็น “เพราะเจ้าแข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินตอนนี้... และเพราะข้าเชื่อใจเจ้า... และนี่เป็นคำสั่งลับ... และจงระวัง... พวกมันมีพิษและวิชาลึกลับที่อันตรายยิ่งนัก... กลับไปเตรียมตัว... คืนนี้เจ้าจะต้องเริ่มงาน”

หลินเทียนหลงก้มศีรษะรับพระราชโองการ แล้วถอยออกจากท้องพระโรง ในใจยังคงเคลือบแคลงว่าทำไมฮ่องเต้ถึงใช้เขาเพียงคนเดียว... 

ตกกลางคืน หลินเทียนหลงปลอมตัวเป็นพ่อค้า สวมเสื้อผ้าธรรมดา หมวกฟางปกปิดใบหน้า เดินเตร็ดเตร่ในเมืองหลวงที่ยังคึกคักแม้ดึกดื่น เขาแอบฟังเสียงซุบซิบจากคนในตลาดกลางคืน “ได้ยินไหม... จะมีคนลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้... ”

หลินเทียนหลงขมวดคิ้ว มีข่าวรั่วไหลจากราชวัง... นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เขาเดินต่อ แล้วได้ยินเสียงซุบซิบอีก “เรื่องนี้ได้ยินมาจากนางโลมเบอร์หนึ่งที่หอโคมแดง... นางคงได้ยินแขกชนชั้นสูงพูดกัน... หอโคมแดงใหญ่ที่สุดในเมืองนั่นแหละ... ”

หลินเทียนหลงตัดสินใจทันที เขารีบมุ่งหน้าไปยังหอโคมแดงที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง หอโคมแดงแห่งนี้ตั้งตระหง่านกลางเมือง ไฟโคมแดงสว่างไสว สาวงามมากมายยืนรอต้อนรับแขก แต่รับเฉพาะแขกชนชั้นสูงหรือมีเงินมากพอเท่านั้น ประตูใหญ่มีทหารรับจ้างยืนเฝ้า หลินเทียนหลงในชุดพ่อค้าธรรมดาไม่มีเงินมากพอที่จะเข้าไป เขายืนคิดแผนลอบเข้าไป แต่แล้วก็บังเอิญพบกับเศรษฐีที่เขารู้จัก นายจาง เศรษฐีใหญ่แห่งเมืองที่เมื่อสิบกว่าปีก่อน หลินเทียนหลงเคยช่วยชีวิตบุตรสาวของเขาจากโจรภูเขา

นายจางยังจำหลินเทียนหลงได้ ก็ตาโต “ท่านหลิน! เป็นท่านจริงๆ หรือ! ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน... ท่านมาทำอะไรที่นี่?”

หลินเทียนหลงยิ้มบาง “ข้าแค่เดินเล่น... แต่ดูเหมือนจะเข้าไม่ได้... ท่านจะพาข้าเข้าไปด้วยได้ไหม?”

นายจางหัวเราะร่า “ได้สิ! ท่านเคยช่วยบุตรสาวข้าไว้ ข้าจะพาท่านเข้าไปเอง... ตามข้ามาเลย... หอโคมแดงแห่งนี้มีสาวงามดีที่สุดในแผ่นดิน... ท่านจะต้องชอบแน่!”

นายจางพาหลินเทียนหลงเข้าไปในหอโคมแดง โดยที่หลินเทียนหลงไม่ได้บอกจุดประสงค์ที่แท้จริง......

นายจางพาหลินเทียนหลงก้าวผ่านประตูใหญ่ของหอโคมแดง กลิ่นน้ำหอมหอมหวานผสมกลิ่นธูปและเหล้าอบอวลทันทีที่เท้าแตะพื้นไม้ขัดมัน ภายในโอ่อ่ากว้างใหญ่กว่าที่คิด หลังคาสูงโปร่งประดับโคมแดงนับร้อยดวง ส่องแสงแดงส้มอบอุ่นทั่วห้องโถงชั้นล่าง แขกชนชั้นสูงในชุดผ้าไหมหรูหรานั่งกระจายกันตามโต๊ะกลม มีสาวงามในชุดบางเบาเดินเสิร์ฟเหล้าและผลไม้ คุยเล่น หัวเราะคิกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงดนตรีพิณและขลุ่ยบรรเลงแผ่วเบา

นายจางพาหลินเทียนหลงเดินลึกเข้าไปด้านใน จนมาถึงขอบลานกว้างตรงกลางห้อง ซึ่งพื้นตรงนี้ลึกลงไปราวสองช่วงตึก เป็นลานโล่งกว้างใหญ่ด้านล่าง ถูกแบ่งเป็นโซนเล็กๆ ด้วยม่านบางสีแดงโปร่งแสง เมื่อหลินเทียนหลงก้มมองลงไปด้านล่าง... 

ลานกว้างด้านล่างเต็มไปด้วยชายและนางโลมหลายคู่กำลังร่วมรักกันอย่างเมามัน ใต้แสงตะเกียงแดงสลัวและโคมลอย เงาร่างกายกำยำและอวบอิ่มเคลื่อนไหวสลับซับซ้อน เสียงครางหอบหายใจ ผสมเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ พั่บๆ ลอยขึ้นมาจางๆ ผ่านม่านบาง มีคู่หนึ่งที่นางโลมตัวอวบกำลังนั่งคร่อมชายหนุ่ม ขย่มรัวๆ หน้าอกอวบเด้งดึ๋ง หัวนมชูชันเสียดสีหน้าอกเขา ชายหนุ่มจับสะโพกนางกระแทกสวนแรงๆ น้ำรักไหลย้อยเปียกพื้นไม้

อีกคู่หนึ่ง ชายวัยกลางคนกำลังนอนหงาย นางโลมผมยาวกำลังก้มลงดูดเลียท่อนเนื้อของเขาลึกสุดคอ เสียงจ้วบๆ ดังชัด 

คู่อื่นๆ กระจายกันไปตามลาน บางคู่ยืนกระแทกจากด้านหลัง บางคู่คุกเข่าดูดเลียกันสลับ บางคู่ขึ้นคร่อมขย่มรัวๆ ทุกคนเมามันในกามารมณ์ บรรยากาศเร่าร้อนอบอวลไปทั่วลานกว้าง

นายจางหัวเราะเบาๆ ขณะที่หลินเทียนหลงยังยืนมองลงไปด้วยสายตาเย็นชา “ฮ่าๆ... ท่านหลิน... ชั้นล่างนี่คือ ‘ลานกามมรณะ’ ของหอโคมแดง... แขกที่จ่ายเงินสูงสุดเท่านั้นถึงจะลงไปได้... แต่ข้าไม่ชอบเล่นแรงขนาดนั้น... ข้าชอบนางโลมชั้นบนมากกว่า... สงบกว่า... เงียบกว่า...”

หลินเทียนหลงพยักหน้าเบาๆ “แล้วนางโลมเบอร์หนึ่ง... นางอยู่ไหน?”

นายจางชี้ไปยังระเบียงห้องด้านบนสุดของหอโคมแดง ซึ่งมีม่านแดงปิดสนิท “นางชื่อ ‘ซูหลิงอวิ๋น’... สวยที่สุดในหอ... หน้าอกใหญ่ เอวคอด ผิวขาวราวหยก... การจะได้ร่วมหลับนอนกับนางต้องประมูลแข่งกับคนอื่นๆ... ราคาสูงมาก... ข้าเคยลองประมูลครั้งหนึ่ง... แต่แพ้เศรษฐีจากเมืองหลวง... เลยใช้บริการนางโลมคนอื่นแทน... ท่านสนใจนางจริงๆ หรือ? ถ้าอยากได้... ข้าช่วยแนะนำคนประมูลได้นะ”

หลินเทียนหลงส่ายหน้า “ไม่เป็นไร... ข้าก็ไม่ชอบแข่งขันกับไคร... ท่านไปทำธุระของท่านเถอะ... ข้าจะนั่งตรงนี้สักพัก”

นายจางยิ้มกว้าง “ได้เลย... ข้าจะไปหาสาวคนโปรดก่อน... ถ้าท่านเปลี่ยนใจ... เรียกข้าได้นะ!” นายจางเดินแยกตัวออกไป หลงเหลือหลินเทียนหลงนั่งลงที่มุมเงียบๆ มุมหนึ่งของชั้นล่าง ซึ่งมองเห็นลานกว้างด้านล่างได้ชัดเจนแต่ไม่โดดเด่นเกินไป

หลินเทียนหลงนั่งลง คิดพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ในใจ ข่าวลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ที่รั่วไหลออกมา... การที่ฮ่องเต้ใช้เขาเพียงคนเดียว... และตอนนี้... นางโลมเบอร์หนึ่งที่อาจได้ยินคำพูดจากแขกชนชั้นสูง... เขาต้องหาทางลอบไปหานางโดยไม่ให้ใครรู้ตัว

เขากวาดสายตามองรอบๆ หอโคมแดง—ทางขึ้นชั้นบนมีทหารรับจ้างยืนเฝ้าแน่นหนา ระเบียงด้านบนมีม่านแดงปิดสนิททุกห้อง แต่มีหน้าต่างเล็กๆ บานหนึ่งที่เปิดแง้มอยู่ เขาคิดแผนในใจ—อาจลอบขึ้นไปทางหลังคาหรือใช้ความว่องไวจากพลังมุกมังกรปีนกำแพงด้านนอก... แต่ต้องรอจังหวะที่เหมาะสม

ขณะที่เขาคิดแผนอยู่นั้น เสียงดนตรีพิณและเสียงหัวเราะจากลานกว้างด้านล่างยังดังขึ้นไม่ขาดสาย หลินเทียนหลงนั่งนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่ระเบียงห้องด้านบนสุด... ห้องของซูหลิงอวิ๋น... นางโลมเบอร์หนึ่งที่อาจเป็นกุญแจสำคัญของความลับนี้






เขานั่งลงบนม้านั่งไม้เก่าแก่ มองไปยังระเบียงห้องด้านบนสุดที่นายจางชี้ให้ดู ห้องของซูหลิงอวิ๋น นางโลมเบอร์หนึ่ง ห้องนั้นปิดม่านแดงสนิท แต่มีหน้าต่างบานเล็กแง้มออกมาเล็กน้อย แสงตะเกียงจากภายในลอดออกมาเป็นลำแสงบางๆ หลินเทียนหลงคิดแผนในใจ

เขารอจังหวะ เสียงดนตรีพิณและขลุ่ยบรรเลงดังขึ้นอีกครั้ง สาวงามหลายคนเดินเสิร์ฟเหล้าและผลไม้ให้แขกทั่วห้องโถง ทุกคนเมามายและสนุกสนานกับการชมลานกว้างด้านล่างที่ยังคงเต็มไปด้วยคู่รักที่กำลังร่วมรักกันอย่างเมามัน หลินเทียนหลงใช้โอกาสนี้ ลุกขึ้นเดินช้าๆ ไปตามขอบผนังมืดๆ ของห้องโถง ใช้พลังภายในจากมุกมังกรทำให้ก้าวเท้าเบาราวกับเงา เขาปีนกำแพงด้านข้างขึ้นไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ทหารรับจ้างสองคนยืนเฝ้าตรงทางขึ้นบันได แต่เขาหลบหลังเสาไม้ใหญ่ ใช้ลมปราณฟาดฟันเบาๆ ทำให้โคมแดงดับลงชั่วขณะ สร้างความมืดมิดในมุมนั้น เขาใช้จังหวะนั้นกระโดดขึ้นไปยังระเบียงชั้นสาม ตัวเบาราวกับใบไม้ลอย

เกิดฝนยังโปรยปรายเบาๆ ทำให้พื้นระเบียงลื่น แต่หลินเทียนหลงใช้พลังภายในยึดเกาะได้แน่น เขาเลื่อนตัวไปตามขอบระเบียง มองผ่านหน้าต่างบานเล็กที่แง้มอยู่ ภายในห้องหรูหรา กลิ่นน้ำหอมอบอวล แสงตะเกียงส่องสว่าง ห้องนั้นว่างเปล่า แต่มีเสียงน้ำไหลจากห้องน้ำด้านใน เขาเปิดหน้าต่างเบาๆ แล้วลอบเข้าไปอย่างระมัดระวัง ซ่อนตัวหลังม่านแดงหนา

ประตูห้องน้ำเปิดออก ซูหลิงอวิ๋นก้าวออกมาอย่างสง่างาม นางสวมเสื้อคลุมบางเบาสีแดงเข้มที่โปร่งแสง มองเห็นเนินอกอวบอิ่มขนาดใหญ่ที่ยกขึ้นลงตามลมหายใจ หัวนมสีชมพูเข้มชูชันแข็งเป็นไตใต้เนื้อผ้า ร่องอกลึกชวนให้สายตาจมดิ่ง ผิวขาวผ่องดั่งหยกขาว เรือนผมดำขลับยาวสลวยสยายลงมาปกคลุมแผ่นหลัง ผมบางส่วนยังเปียกชุ่มจากน้ำอาบ ใบหน้าสวยงามราวกับเทพธิดา ดวงตาคมคายแฝงประกายเย้ายวน ริมฝีปากแดงอิ่มเอิบที่กำลังยกยิ้มบางๆ เอวคอดกิ่ว สะโพกกลมกลึงโค้งเว้าชัดเจน นางคือดอกไม้งามที่สุดของหอโคมแดง สวยสะกดทุกสายตา

ซูหลิงอวิ๋นหยุดชะงัก มองตรงไปที่ม่านแดงที่สั่นไหวเบาๆ “ใครอยู่ที่นั่น? ออกมาเดี๋ยวนี้... ข้าเตือนเลยนะ... มีคนพยายามลอบเข้ามาในห้องข้าแบบนี้หลายครั้ง... และพวกมันจบไม่สวยทุกคน... ”

หลินเทียนหลงก้าวออกมาจากหลังม่าน ยกมือขึ้นเพื่อแสดงว่าไม่มีศัตรู “ข้าไม่ได้มาทำร้ายเจ้า... ข้าแค่มาเพื่อถามข้อมูลบางอย่าง...”

ซูหลิงอวิ๋นขมวดคิ้ว มองเขาด้วยสายตาระวัง “ท่านเป็นใคร? กล้าลอบเข้ามาในห้องข้า... ถ้าไม่ใช่พวกหื่นกาม... ก็ต้องมีเรื่องสำคัญ... พูดมาสิ... แต่ถ้าข้าไม่พอใจ... ข้าจะเรียกยาม”

หลินเทียนหลงถอดหมวกฟางออก เผยใบหน้าที่คมเข้ม “ข้าคือหลินเทียนหลง เจ้าสำนักดาบฟ้าคำรน... ข้าไม่ได้มาทำอะไรแบบนั้น... ข้ามาเพราะได้ยินว่าเจ้าได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้จากแขกคนหนึ่ง... ข้าต้องการรู้รายละเอียด”

ซูหลิงอวิ๋นหัวเราะเบาๆ เสียงไพเราะราวกับระฆังเงิน “อ้อ... ท่านคือเจ้าสำนักดาบฟ้าคำรนที่เลื่องลือ... ข้าได้ยินชื่อเสียงมานาน... เรื่องนั้นเหรอ... ข้าได้ยินจากเจ้าเมืองคนสนิทของฮ่องเต้จริงๆ... เขาเมาเละเทะ หลุดปากออกมาตอนที่นั่งคุยกับข้า... แต่สุดท้ายเขาหลับไปก่อนที่จะได้ร่วมรัก... คืนนั้นข้าสบายใจ ได้เงินฟรีๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย... แต่เรื่องนั้นเป็นความลับนะ... ท่านรู้ได้ยังไง?”

หลินเทียนหลงพยักหน้า “ข้าได้ยินจากเสียงซุบซิบในเมือง... เจ้ารู้อะไรอีกบ้าง? เกี่ยวกับกลุ่มคนที่หมายปองฮ่องเต้?”

ซูหลิงอวิ๋นยิ้มเจ้าเล่ห์ นั่งลงบนเตียง ม่านแดงรอบตัวเธอสั่นไหว “ข้ารู้อีกเยอะ... เห็นกลุ่มคนแปลกๆ เข้ามาในหอโคมแดงหลายครั้ง... พวกมันสวมเสื้อคลุมดำ ปิดบังใบหน้า แต่ข้าแอบเห็นรอยสักมารบนแขนคนหนึ่ง... พวกมันคุยกันเรื่องแผนลอบสังหาร... แต่... ท่านมีอะไรมาแลกข้อมูลไหม? ข้าไม่ใช่คนใจดีขนาดบอกฟรีๆ นะ...”

หลินเทียนหลงยิ้มมุมปาก “ข้าไม่มีเงินมากตอนนี้... แต่ข้ามีแค่สิ่งนี้...” เขาปลดกางเกงลงช้าๆ เผยท่อนเนื้อใหญ่ยาวที่แข็งโด่ หัวบานใหญ่บวมเป่ง หลอดเลือดปูดโปน ปุ่มมุกมังกรนูนเรียงรายเรืองแสงจางๆ น้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มจากร่องปลาย

ซูหลิงอวิ๋นเบิกตากว้าง ใบหน้าสวยงามแดงก่ำ ดวงตาแดงก่ำด้วยความหิวกระหาย ริมฝีปากอิ่มเอิบสั่นเล็กน้อย หัวนมใต้เสื้อคลุมบางเบาชูชันแข็งเป็นไต น้ำรักเริ่มไหลเยิ้มจากเนินเนื้อระหว่างขา “นั่น... ท่อนเนื้อของท่าน... ใหญ่ยาวขนาดนี้... และปุ่มนูนๆ พวกนี้... มันคืออะไร... ข้า... ข้าไม่เคยเห็น... มันทำให้ข้ารู้สึกร้อนผ่าว... ข้าจะ... ข้าจะลองชิมมัน... แต่... อ๊ะ... เสียงฆ้องตีดังแว่วมาจากเบื้องล่าง... เวลาประมูลของข้ามาถึงแล้ว... แขกจะขึ้นมาประมูลข้า... เราต้องรีบ!”

หลินเทียนหลงดึงตัวนางเข้ามาใกล้ จูบปากอิ่มเอิบอย่างหิวกระหาย ลิ้นสอดเข้าไปพันกันรุนแรง นางตอบรับอย่างเมามัน มือเล็กๆ เอื้อมไปจับท่อนเนื้อของเขา รูดขึ้นลงช้าๆ “อ๊า... ท่อนเนื้อท่านร้อนแข็ง... ปุ่มพวกนี้เสียดสีนิ้วข้าเสียวซ่าน... ข้าอยากให้ท่านกระแทกข้า... รีบเลย... ก่อนแขกจะขึ้นมา”

เขาผลักนางลงบนเตียง ถอดเสื้อคลุมบางเบาออกจนหมดอย่างรวดเร็ว เผยร่างกายเปลือยเปล่าเขาแยกขานางกว้าง จ่อหัวบานใหญ่ที่ปากร่อง แล้วดันเข้าไปลึกสุดด้าม ปุ่มมุกเสียดสีกลีบเนื้อและผนังร่องเนื้อด้านในรุนแรง ซูหลิงอวิ๋นกรีดร้อง “อ๊ายยย... ท่อนเนื้อท่านใหญ่... ปุ่มพวกนี้กรีดข้างในข้า...  ลึกเข้าไปอีก... ข้าจะแตกแล้ว... อ๊าาา!”

เขากระแทกแรงขึ้นเรื่อยๆ ปุ่มมุกเสียดสีเม็ดติ่งและมดลูกทุกจังหวะ นางถึงจุดสุดยอดหลายครั้ง น้ำรักพุ่งกระฉูดเปียกโคนท่อนเนื้อ “อ๊า... ท่าน... แรงกว่านี้... ข้าไม่เคยเสียวขนาดนี้... ปุ่มมุกมันทำให้ข้าจะบ้า... ข้าจะแตกอีกแล้ว... อ๊ายยยย! ท่านทำให้ข้าถึงจุดสุดยอดหลายครั้งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!”

ก่อนที่เขาจะหลั่ง นางครางแผ่ว “อ๊า... อย่าหลั่งในนะ... เดี๋ยวแขกจับได้... ข้า... ข้าจะใช้ปากรับน้ำรักของท่าน... พ่นเข้าเต็มปากข้าเลย... ข้าอยากกินหมดไม่เหลือ” เขาดึงตัวออก ถอนท่อนเนื้อจากร่องเนื้อดังพล็อก น้ำรักไหลทะลัก แล้วก้มลงอมท่อนเนื้อลึกสุดคอ ดูดเลียแรงๆ ลิ้นตวัดวนรอบปุ่มมุก เขาครางดัง พ่นน้ำรักร้อนฉ่าระลอกใหญ่เข้าเต็มปากนาง นางกลืนกินอย่างหิวกระหาย

ก่อนที่เขาจะจากไป นางกระซิบ “กลุ่มคนแปลกๆ นั้น... อยู่แถวย่านแออัดหลังเมือง... พวกมันรวมตัวกันในโกดังร้างใกล้กำแพงเมืองทิศตะวันตก... ถ้าท่านอยากมาหาข้า... มาช่วงสุดสัปดาห์นะ... ข้าจะให้ท่านได้ร่วมรักกับข้าโดยเฉพาะ... ฟรีๆ เลย”

หลินเทียนหลงขอบคุณนาง แล้วลอบออกจากห้องทางหน้าต่างเดิม กระโดดลงด้านล่างอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังย่านแออัดหลังเมือง

.
.
.
.
.
ย่านแออัดหลังเมืองหลวงในยามดึกมืดสนิท บ้านหลังโทรมหลังหนึ่งตั้งโดดเดี่ยวริมซอยแคบ ผนังไม้ผุพัง ปิดประตูหน้าต่างสนิทมิด ภายในห้องโถงใหญ่แต่ทรุดโทรม มีเพียงเทียนเล่มเดียวตั้งอยู่ตรงกลางโต๊ะไม้เก่า แสงส้มสลัวสั่นไหว ทำให้เงาของสองร่างบนเก้าอี้ยาวดูยาวและน่ากลัว

ที่นั่นคือ “สมาพันธ์มารอมตะ” กลุ่มคนจากสำนักมารต่างๆ ที่เคยถูกกวาดล้างมารวมตัวกันใหม่ หัวหน้าคือ เมิ่งเฟิง ชายวัยห้าสิบต้นๆ ร่างกายผอมแต่แข็งแรง ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น รอยสักมารดำสนิทปกคลุมทั้งตัว

ตรงหน้าของเขาคือ เมิ่งหลิงอวิ๋น ลูกสาวแท้ๆ วัยยี่สิบสี่ ผิวขาวผ่องเพรียวบางแต่แฝงอันตรายดุจงูพิษ ผมยาวดำขลับสยายลงมาปกคลุมไหล่บางส่วน นางนั่งชันเข่าบนเก้าอี้ไม้เก่า เสื้อคลุมบางเบาสีดำเปิดอกกว้างจนเห็นเนินอกอวบอิ่มเกือบหมด หัวนมสีชมพูเข้มชูชันชัดเจน ชุดกระโปรงสั้นแค่ต้นขา นั่งชันเข่าทำให้ร่องเนื้อสีชมพูสดโผล่พ้นขอบผ้า กลีบเนื้อบวมเป่งเล็กน้อย ชุ่มฉ่ำน้ำรักไหลเยิ้มเป็นสายบางๆ ลงตามโคนขา นางนั่งอย่างไม่อายแม้แต่น้อย มือเรียวลูบไล้เนินเนื้อตัวเองเบาๆ ขณะฟังรายงานจากสายข่าว

สายข่าวคุกเข่าลงตรงหน้า “ท่านหัวหน้า... ข่าวยืนยันแล้ว หลินเทียนหลงได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้มาปราบพวกเรา... เขาอยู่ในเมืองหลวงแล้ว”

เมิ่งเฟิงหัวเราะหึๆ เสียงแหบต่ำ “แผนของเรากำลังเริ่มต้น... ดีมาก... ปล่อยให้เขามาเถอะ... เราจะทำให้เขาเป็นเหยื่อตัวใหญ่ของสมาพันธ์มารอมตะนี้... แต่ตอนนี้... ข้าหิวแล้ว”

หลังจากสายข่าวออกไป เขาหันไปมองลูกสาวด้วยสายตาหิวกระหาย เมิ่งหลิงอวิ๋นยิ้มเย้ายวน กางขาออกกว้างขึ้นอีกนิด ร่องเนื้อโชว์ชัดเจนยิ่งขึ้น น้ำรักไหลเยิ้มเป็นสายบางๆ ลงพื้นไม้

เมิ่งเฟิงลุกขึ้นเดินยองๆ ไปตรงหน้าเจ้า แล้วก้มลงซุกหน้าที่ร่องเนื้อของลูกสาวทันที ลิ้นใหญ่ตวัดวนรอบเม็ดติ่งบวมเป่ง ดูดเลียกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำแรงๆ เสียงเลียดังจ๊วบๆ ชัดเจน เมิ่งหลิงอวิ๋นครางแผ่ว มือจับหัวพ่อกดลงแน่น “อ๊า...  ดูดเม็ดติ่งลูกแรงกว่านี้สิ... ”

เมิ่งเฟิงดูดเลียแรงขึ้น ลิ้นชอนไชเข้าไปในร่องเนื้อแน่น ชิมรสเค็มหวานของลูกสาว น้ำรักไหลทะลักเปียกหนวดเคราและคางเขา เขายืดตัวขึ้น ถอดกางเกงออก ท่อนเนื้อแก่แต่แข็งโด่เด้งออกมา แล้วดันเข้าไปในร่องเนื้อของเมิ่งหลิงอวิ๋นอย่างเมามัน...

โปรดติดตามตอนต่อไป


กดติดตามทวิตไว้นะ

ทวิตสำรอง https://x.com/v243091759 เผื่อทวิตบิน

อย่าลืมแอด VK เอาไว้นะ

Comments