พ่อลูกในโลกจอมยุทธ์ [Link]
ในหุบเขาหมอกเย็นที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักรหลินต้า ที่ซึ่งภูเขาสูงชันปกคลุมด้วยหมอกขาวหนาทึบตลอดปี มีสำนักเล็ก ๆ ชื่อ “กระบี่เมฆาเย็น” ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวราวกับถูกโลกภายนอกหลงลืมไปแล้ว สำนักนี้ไม่เคยรับศิษย์ภายนอก ไม่เคยเข้าร่วมการประชุมยุทธภพ และไม่เคยส่งข่าวสารออกไปให้ใครทราบ แต่ชื่อเสียงของเจ้าสำนักกลับดังก้องไปทั่วใต้หล้า
เทียนจง อายุสี่สิบแปดปี แต่รูปร่างหน้าตายังคงหล่อเหลาเย็นชาดุจน้ำแข็งบนยอดเขาเอเวอเรสต์ ผมยาวสีเทาเงินรวบมวยไว้หลวม ๆ ใบหน้าคมเข้มไร้ริ้วรอยแห่งวัย ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบราวกระบี่ที่ยังไม่ได้ชักจากฝัก แต่แฝงไว้ด้วยไฟปรารถนาที่ซ่อนลึก กระบี่ในมือเขาชื่อ “หิมะพิฆาต” เคยฟันหัวมังกรได้ถึงสามตัวในสงครามใหญ่เมื่อยี่สิบปีก่อน เคยสังหารจอมมารแห่งสำนักมืดถึงห้าคนในคืนเดียว จนยุทธภพยกย่องเขาเป็น “กระบี่หิมะพิฆาต” แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้ คือหัวใจของเขาได้ถูกเผาผลาญด้วยไฟต้องห้ามมานานกว่าสิบปีแล้ว
ไฟที่จุดประกายจากเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
ลูกสาวคนเดียวของเขา ชื่อชิงอวิ๋น อายุยี่สิบสามปี นางเติบโตขึ้นมาในหุบเขานี้โดยไร้ซึ่งแม่ เพราะภรรยาของเทียนจงเสียชีวิตตั้งแต่นางยังแบเบาะจากพิษร้ายของศัตรูเก่า รูปร่างของชิงอวิ๋นอ่อนช้อยแต่แฝงพลังภายในที่เข้มข้น ผิวขาวราวหิมะแรกที่ปกคลุมยอดเขา ดวงตาคู่เล็กเรียวเหมือนกระบี่ที่ยังไม่ได้ชักจากฝัก ผมยาวดำขลับยาวถึงสะโพก เวลาเดินจะไหวพลิ้วราวสายน้ำไหลผ่านโขดหิน นางถูกบิดาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดตั้งแต่เด็ก ฝึกวิชากระบี่ตั้งแต่ย่ำรุ่ง ฝึกพลังภายในตั้งแต่พลบค่ำ จนแทบไม่มีวัยเด็กให้จดจำ แต่สิ่งที่เทียนจงไม่เคยสอนในตำราใด ๆ คือวิธีดับไฟในอกที่เขาเองก็ดับไม่ได้ ไฟแห่งความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวในอกนางตั้งแต่อายุสิบหก เมื่อนางเริ่มมองบิดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความเคารพกลายเป็นความโหยหา
ในสำนักนี้ มีเพียงทั้งคู่ที่อาศัยอยู่ ไร้ซึ่งคนรับใช้หรือศิษย์อื่น ๆ ทุกวัน ชิงอวิ๋นจะฝึกกระบี่กับบิดาในลานหินกว้าง ท่าทางการฟันกระบี่ของนางรวดเร็วราวสายฟ้า แต่ทุกครั้งที่มือของเทียนจงแตะต้องร่างกายนางเพื่อปรับท่า นางจะรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านผิวหนัง ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก
คืนนั้น เป็นคืนหลังพิธีไหว้บรรพชนประจำปี ซึ่งทั้งคู่จะจุดธูปไหว้รูปปั้นบรรพบุรุษของตระกูลหลิน ฟ้าครึ้มมืดมิดตั้งแต่พลบค่ำ เมฆดำปกคลุมหุบเขา ราวกับฟ้าจะร้องไห้แทนความรู้สึกต้องห้ามของคนทั้งคู่ หลังพิธีสิ้นสุด ชิงอวิ๋นสวมเพียงชุดบางสีขาวที่ทำจากผ้าไหมบางเบา เปียกชุ่มจากฝนที่เทลงมาราวกับน้ำตก นางยืนอยู่หน้าประตูห้องบิดา มือกำด้ามกระบี่ “หิมะเงาร่ำไร” แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกจากอก อกที่ตอนนี้ยกขึ้นลงถี่รัวจากความหนาวและความตื่นเต้น
“ท่านพ่อ…” เสียงนางสั่นเครือ “ข้าฝึก ‘วิชาหิมะวนกลับ’ ไม่สำเร็จ พลังภายในวนไม่ขึ้นสู่จุดตันจง ข้าจะทำอย่างไรดี ข้ากลัวว่าจะไม่สามารถปกป้องสำนักได้หากมีศัตรูบุกมา”
เทียนจงที่นั่งสมาธิอยู่ภายในห้อง เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะไม้เก่าแก่ เขาเห็นเพียงเงาร่างบางที่เปียกฝน ผมยาวเปียกปอนติดแผ่นหลังโค้งมน เนินอกที่โผล่พ้นชุดเปียกเห็นราง ๆ ทำให้เลือดในกายเขาพลุ่งพล่าน ดวงตาเขาเปลี่ยนไปในพริบตา จากความเย็นชาของจอมยุทธ์ กลายเป็นความร้อนรุ่มของบุรุษที่อดกลั้นมานาน
“เข้ามา” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ สั่งการราวกับคำสั่งในสนามรบ แต่แฝงความอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยได้ยิน
ชิงอวิ๋นก้าวเข้าไปในห้อง หยดน้ำจากชายผ้าคลอเคลียพื้นไม้เก่าแก่ นางคุกเข่าลงตรงหน้าเขา ศีรษะก้มต่ำ แต่คอระหงโผล่พ้นผมเปียก ผิวขาวนวลจนน่ากัด กลิ่นหอมจาง ๆ จากผมเปียก ทำให้เทียนจงต้องกลืนน้ำลายลงคอ
เทียนจงยื่นมือไปลูบผมเปียกของนาง นิ้วเรียวยาวที่เคยจับกระบี่ฟันศัตรู เลื่อนลงมาจับคางยกขึ้นเบา ๆ เมื่อดวงตาทั้งคู่สบกัน ราวกับมีพลังภายในสองสายปะทะกันในอากาศ ทำให้อากาศในห้องร้อนขึ้นทันที
“เจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลย ชิงอวิ๋น” เขาพูดช้า ๆ เสียงแหบพร่า “แต่คืนนี้… ข้าจะสอนวิชาที่ตำราไหนก็ไม่มี วิชาที่จะทำให้พลังหยินและหยางของเรารวมเป็นหนึ่งเดียว”
เขาดึงนางขึ้นมานั่งบนตักตัวเอง ชุดบางเปียกแนบเนื้อแนบอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ชิงอวิ๋นตัวสั่นจากความหนาวและความตื่นเต้น แต่ไม่ได้ผลักไส มือเล็ก ๆ ของนางวางบนแผงอกเขา รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงไม่แพ้กัน
เทียนจงค่อย ๆ ปลดปมผ้าคาดเอวของนางออก ผ้าบางหลุดลงกองที่พื้น เผยให้เห็นสองเต้าขาวนวลที่ตั้งชูชัน ยอดอกสีชมพูอ่อนสั่นไหวจากลมหายใจถี่รัว เขาก้มลงใช้ปากครอบครองยอดอกข้างหนึ่ง ลิ้นวนรอบอย่างช้า ๆ ราวกับกำลังหมุนพลังภายในตามวิชาหิมะวนกลับ ชิงอวิ๋นหลับตาแน่น ครางเบา ๆ ในลำคอ มือเล็ก ๆ จับไหล่กว้างของบิดาแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เลือดซึมออกมาเล็กน้อยแต่เขาไม่สนใจ
“รู้สึกถึงพลังที่ไหลหรือไม่” เขากระซิบข้างหู ขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ยอดอกอีกข้าง นิ้วโป้งบดคลึงเบา ๆ จนชิงอวิ๋นแอ่นอกขึ้นรับ “มันเริ่มจากจุดตันจง แล้วไหลลงมาที่… ที่นี่”
มือใหญ่ของเขาลูบไล้ลงไปตามหน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการฝึก ไล่ลงต่ำกว่าเรือนร่างบาง จนถึงรอยแยกที่เปียกชื้นยิ่งกว่าฝนข้างนอก นิ้วกลางของเขาค่อย ๆ แยกกลีบดอกไม้ออก เจอจุดเล็ก ๆ ที่เมื่อสัมผัส ชิงอวิ๋นก็สะดุ้งทั้งตัว เอวแอ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว น้ำรักไหลออกมาเปียกนิ้วเขา
“ท่านพ่อ… อ๊ะ… ที่นั่น… เสียวเหลือเกิน… ท่านพ่อ ข้าทนไม่ไหวแล้ว…”
“ที่นี่คือจุดกำเนิดพลังหยินบริสุทธิ์ของเจ้า” เขาพูดเสียงแหบ สายตาจับจ้องใบหน้านางที่แดงก่ำ “ข้าจะช่วยเจ้าเปิดจุดนี้… ให้สมบูรณ์ที่สุด อย่ากลัว สงบใจ แล้วปล่อยให้พลังไหล”
เขาพานางลงนอนบนเสื่อหนาที่ปูพื้น หยิบขวดน้ำมันหอมที่เคยใช้ชโลมกระบี่ออกมา เทลงฝ่ามืออุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเก่า แล้วใช้นิ้วสามนิ้ว นวดวนเป็นวงกลม ไล่จากด้านนอกเข้ามาด้านใน จนชิงอวิ๋นแอ่นตัว ครางชื่อเขาซ้ำ ๆ ขานางสั่นระริก มือจิกเสื่อแน่น
“ท่านพ่อ… ข้า… ร้อน… ร้อนเหลือเกิน… ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว… อ๊า… ลึกกว่านี้สิคะ…”
เทียนจงถอดเสื้อคลุมของตัวเองออก เผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้มากมาย แต่กล้ามเนื้อทุกมัดยังกำยำแข็งแรงราวชายฉกรรจ์วัยสามสิบ สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหว่างขาเขาใหญ่โตและแข็งขึง เส้นเลือดปูดโปนรอบ ๆ ชิงอวิ๋นมองด้วยตาเบิกกว้าง ทั้งหวาดกลัวและโหยหา นางเอื้อมมือไปสัมผัสเบา ๆ มือสั่นระริก
“เจ้ากลัวหรือไม่” เขาถาม ขณะที่มือเขายังคงนวดวนไม่หยุด
“กลัว… แต่ข้าอยากได้ท่าน” นางตอบเสียงสั่น “ข้าอยากให้ท่านเป็นคนแรก… และคนเดียวตลอดไป ท่านพ่อ… ข้าฝันถึงคืนนี้มานานแล้ว”
เขาก้มลงจูบปากนางอย่างดุเดือด ลิ้นพันกันราวกับวิชาดาบคู่ที่ประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ลิ้นของเขาไล้เลื่อนลงไปตามคอระหง ดูดกัดเบา ๆ จนเป็นรอยแดง นางครางออกมาดังขึ้น ขณะที่มือของนางรูดเสื้อผ้าที่เหลือของเขาออก
พร้อมกันนั้น เขาค่อย ๆ ดันส่วนที่แข็งขึงเข้าไปในกายนางทีละน้อย ชิงอวิ๋นร้องออกมาด้วยความเจ็บปนเสียว มือกอดคอเขาแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ดวงตายังคงจ้องเขาไม่วาง
“เจ็บหรือไม่” เขาหยุดชะงัก มองนางด้วยสายตาที่ทั้งอ่อนโยนและหิวกระหาย ลมหายใจร้อนผ่าวรดใบหน้านาง
“เจ็บ… แต่ข้าชอบ” นางกระซิบ “เจ็บแบบนี้… ข้าถึงรู้สึกว่าท่านอยู่กับข้าจริง ๆ ท่านพ่อ… อย่าหยุด ข้าอยากรู้สึกถึงท่านทั้งหมด”
เขาค่อย ๆ เคลื่อนไหว ช้า ๆ แต่หนักแน่น ลึกขึ้นทุกครั้ง ทุกครั้งที่ดันเข้าไปจนสุด เขาจะกระซิบข้างหูนาง ขณะที่มือลูบไล้แผ่นหลังนาง “พลังของเรากำลังไหลรวมกัน… เจ้ารู้สึกหรือไม่ มันร้อนรุ่มราวกับไฟจากขุมนรก แต่ก็บริสุทธิ์ราวหิมะบนยอดเขา”
“รู้สึกค่ะ… อ๊า… ท่านพ่อ… ลึกกว่านี้… ข้าจะ… จะแตกสลายแล้ว… ท่านใหญ่เหลือเกิน… ข้ารู้สึกเต็มไปหมด…”
เขายกขานางทั้งสองข้างพาดบ่า เปลี่ยนท่าให้ลึกและรุนแรงยิ่งขึ้น มือใหญ่จับสะโพกนางยกขึ้นรับทุกจังหวะ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังผสมกับเสียงฝนที่เทลงมาราวน้ำตก และเสียงครางของทั้งคู่ที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ชิงอวิ๋นเกร็งตัวแน่น ภายในรัดรอบเขาแน่นจนเขาต้องกัดฟันกลั้นเสียงคราง
“ชิงอวิ๋น… เจ้า… แน่นเหลือเกิน… รัดข้าแน่นจนข้าจะ…”
“ท่านพ่อ… ข้า… ข้าจะถึงแล้ว… อ๊าาา! มาเถิด… ปล่อยพลังของท่านมาหมดเลย!”
เมื่อทั้งคู่ถึงจุดสูงสุดพร้อมกัน พลังภายในของเทียนจงทะลักเข้าไปในร่างนางราวกับน้ำท่วมทะเล ชิงอวิ๋นกรีดร้อง ร่างกายกระตุกเกร็งหลายครั้ง น้ำรักของทั้งคู่ผสมกันไหลออกมาเปียกเสื่อ ก่อนที่นางจะนิ่งอึ้ง ดวงตาเหลือเกินความพึงพอใจและความรักที่ลึกซึ้ง
ทั้งคู่นอนกอดกันแน่น ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างช่องเล็ก ฝนยังตกไม่หยุด เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องราวกับกำลังฉลองให้กับความรักต้องห้ามนี้
หลังจากนั้นเทียนจงลูบผมเปียกของนางเบา ๆ นิ้วไล้เลื่อนลงไปตามแผ่นหลังที่เปียกเหงื่อ
“หลังจากนี้… ทุกคืนเจ้าจะต้องฝึกวิชานี้กับข้า” เขาพูดเสียงทุ้ม “จนกว่าพลังของเราจะสมบูรณ์ จนกว่าเราจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง ไม่มีใครแยกเราได้อีก”
ชิงอวิ๋นยิ้มบาง ๆ ซุกหน้าลงกับอกเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรง กลิ่นกายของเขาผสมกับกลิ่นน้ำมันหอมทำให้หัวใจนางสงบ
“ตราบใดที่ท่านยังมีลมหายใจ… ข้าก็จะไม่เคยจากท่านพ่อไปไหน” นางกระซิบ “แม้ยุทธภพทั้งหมดจะตามล่าพวกเราเพราะความรักนี้… ข้าก็ยินดีที่จะสู้เคียงข้างท่าน ท่านพ่อ… ไม่สิ ท่านคนรักของข้า”
เทียนจงกอดนางแน่นขึ้น สายตาจ้องมองออกไปยังความมืดนอกหน้าต่าง “ถ้าต้องหนี… เราจะหนีไปด้วยกัน ถ้าต้องตาย… เราจะตายด้วยกัน แต่ก่อนหน้านั้น เราจะฝึกวิชานี้ให้แข็งแกร่ง จนไม่มีใครในยุทธภพกล้าต่อกร”
และในหุบเขาที่หมอกปกคลุมหนาแน่นนั้น มีเพียงเสียงฝน เสียงหายใจถี่รัว และเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน อย่างที่ยุทธภพไม่มีวันเข้าใจ… และไม่มีวันยอมรับ แต่สำหรับทั้งคู่ นั่นคือโลกทั้งใบแล้ว
คืนนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนั้น ทุกค่ำคืนในหุบเขาหมอกเย็น จะเต็มไปด้วยเสียงครางและการฝึกวิชาต้องห้าม ที่ทำให้พลังภายในของทั้งคู่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จนวันหนึ่ง ยุทธภพอาจต้องสั่นสะเทือนเพราะความรักนี้
.................................
กดติดตามทวิตไว้นะ
ทวิตสำรอง
https://x.com/v243091759 เผื่อทวิตบิน
อย่าลืมแอด VK เอาไว้นะ

Comments